เป็นเจ้าหนี้อยู่ดี ๆ กลับตกเป็นเหยื่อ! เพื่อนบ้านอ้างสารพัดเหตุผลหลอกโอนเงิน สูญหลัก 10 ล้าน บางรายเสีย 8 ล้าน วอนตำรวจเร่งสอบ

วันที่ 18 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจาก นางทิฆัมพร อายุ 58 ปี และ นางจิดาภา อายุ 63 ปี ชาวอำเภอเมืองกำแพงเพชร ซึ่งระบุว่า ได้รับความเสียหายจากการโอนเงินให้บุคคลที่รู้จัก โดยอีกฝ่ายอ้างเหตุผลเกี่ยวกับการขายที่ดิน การดำเนินคดี ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จนสูญเงินจำนวนมาก

จากข้อมูลเบื้องต้น นางทิฆัมพร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ชายอายุ 38 ปี เป็นเพื่อนบ้านและรู้จักคุ้นเคยกัน รวมถึงบุคคลอีกคนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง พ.ต.ต.สุสันต์ เสมาฉิม สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร รับคำร้องทุกข์ไว้เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2569 เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยผู้เสียหายระบุว่าเหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ค. 2569

นางทิฆัมพร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ เพื่อนบ้านติดค้างเงินประมาณ 180,000 บาท เมื่อทวงถาม อีกฝ่ายอ้างว่าจะนำเงินจากการขายที่ดินของเพื่อนสนิทมาชำระหนี้ โดยรับหน้าที่ประสานงานเรื่องการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และขายที่ดิน แต่แจ้งว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ จึงขอให้ช่วยโอนเงินเป็นระยะ ตนหวังว่าจะได้รับเงินคืนและเชื่อใจอีกฝ่าย จึงโอนเงินให้หลายครั้ง

ต่อมา เพื่อนบ้าน อ้างว่าที่ดินมีข้อพิพาท เนื่องจากญาติฝ่ายภรรยาของเจ้าของที่ดินคัดค้านและเรียกร้องสิทธิ ทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านทนายความและการดำเนินคดีเพิ่มขึ้น โดยขอเงินครั้งละประมาณ 40,000–50,000 บาท

นางทิฆัมพร กล่าวต่อว่า ภายหลังเพื่อนบ้านอ้างว่าถูกตำรวจติดตามจับกุมและหลบหนีเข้าไปในป่า รวมถึงถูกยิงและต้องใช้เงินรักษาพยาบาลกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แม้เหตุการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป แต่ตนยังโอนเงินให้เพราะหวังว่าจะได้รับเงินคืน

ต่อมา เพื่อนบ้าน แจ้งว่า สามารถขายที่ดินได้แล้ว แต่ผู้ซื้อซึ่งเป็นครูต้องนำเงินไปชำระหนี้เดิมก่อน จึงจะเบิกเงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูได้ จากนั้นยังอ้างว่าต้องชำระภาษีให้กรมสรรพากรเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเงินดังกล่าว

เมื่อโอนเงินตามที่ร้องขอ กลับมีเหตุขัดข้องใหม่ โดยอีกฝ่ายอ้างว่าต้องนำเงินไปให้ลงนามในพื้นที่ป่า เนื่องจากกำลังหลบหนีความขัดแย้งกับญาติฝ่ายภรรยาของเจ้าของที่ดิน นอกจากนี้ ยังอ้างถึงเงินที่เปื้อนเลือดจากเหตุยิงกัน ซึ่งต้องนำไปแลกเป็นเงินสภาพปกติผ่านหน่วยงานแห่งหนึ่ง พร้อมเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ก่อนอ้างว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายถูกระงับหรือมีปัญหาและต้องเสียเงินเพื่อแก้ไขอีกครั้ง

นางทิฆัมพร กล่าวว่า เมื่อพบว่าทุกครั้งที่ใกล้จะได้รับเงินคืนกลับมีเหตุขัดข้องและค่าใช้จ่ายใหม่ จึงเริ่มสงสัยและตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนพบว่าข้อมูลหลายเรื่องอาจไม่เป็นไปตามที่ได้รับแจ้ง

เงินที่โอนไปส่วนใหญ่เป็นเงินเก็บสะสมและเงินจากการขายที่ดิน โดยมักโอนไปยังบัญชีบุคคลอื่นตามที่ได้รับแจ้ง ซึ่งบางบัญชีเป็นของพี่ชายหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด

ผู้เสียหายประเมินว่า ตนสูญเงินไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท และเชื่อว่าอาจมีผู้เสียหายรายอื่นในลักษณะเดียวกันอีกหลายรายคาดว่าความเสียหายรวมอาจสูงถึงหลัก 10 ล้านบาท ซึ่งต้องตรวจสอบกับหลักฐานทางการเงินและคำให้การของผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะที่ นางจิดาภา อายุ 63 ปี ข้าราชการเกษียณ กล่าวว่า ตนได้รับความเสียหายในลักษณะเดียวกัน โดยเริ่มจากการติดหนี้และถูกขอให้โอนเงินตามเหตุผลต่าง ๆ ที่อีกฝ่ายแจ้ง จนสูญเงินรวมประมาณ 8 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินและสภาพจิตใจอย่างหนัก

นางจิดาภา กล่าวต่อว่า ความสูญเสียครั้งนี้ทำให้รู้สึกสิ้นหวังและเครียดอย่างมาก อีกทั้งได้รับข้อมูลว่ามีผู้เสียหายรายอื่นที่อาจสูญเงินถึงหลักสิบล้านบาท แต่บางรายไม่กล้าเปิดเผยเรื่องราวเพราะเกรงกลัวการข่มขู่ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบ

ผู้เสียหายทั้งสองรายต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งบัญชีธนาคารที่รับโอนเงิน เส้นทางการเงิน และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายหากพบพยานหลักฐานเพียงพอ พร้อมขอให้ผู้ที่อาจได้รับความเสียหายในลักษณะเดียวกันรวบรวมหลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนา บันทึกการโทร และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน

ผู้สื่อข่าวสอบถาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างมาให้ปากคำ เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน