ตำรวจบุกรีสอร์ตรวบหนุ่มม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ ขู่ลวงนักศึกษาหนุ่มวัย 22 ปี สูญเงินและทรัพย์สินไปกว่า 1.2 ล้าน
วันที่ 18 ต.ค.2569 พล.ต.ต.เอนก ศรีกิจรัตน์ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รองผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.อนันต์ ทองบันเทิง ผกก.สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส. ว่าตำรวจสามารถจับกุมม้ากดเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์คดีหลอกลวงนักศึกษาหนุ่มวัย 22 ปี ได้เงินและทรัพย์สินไปกว่า 1.2 ล้านบาท
คดีนี้สืบเนื่องจาก ผู้ปกครองของนายเอ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า ลูกชายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง โดยแอบอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์หลอกสูญเงินและทรัพย์สินไปประมาณ 1.2 ล้านบาท หลังเกิดเหตุ นายเอ เข้าแจ้งความตำรวจ สน.ฉลองกรุง ไว้เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ครอบครัวได้นำข้อมูลเข้าพบ พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ มากมูล รอง ผกก.สส.สภ.สตึก เนื่องจากผู้เสียหายมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาและสั่งเร่งรัดติดตามเส้นทางการเงิน เพื่อหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
โดยตำรวจชุดสืบสวน สืบทราบว่า ผู้ต้องสงสัยคือ นายนิก อายุ 35 ปี บ้านอยู่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ มีพฤติการณ์ตระเวนกดเงินตามจุดต่าง ๆ

กระทั่งวันนี้สืบทราบว่า นายนิก หลบซ่อนตัวอยู่ในรีสอร์ตกับแฟนสาว ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี จึงประสาน พ.ต.อ.พีรพัลส์ ชูช่วย ผกก.สส.ภ.จว.ลพบุรี นำกำลังเข้าจับกุมไว้ได้ พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง บัตรเอทีเอ็มของบุคคลอื่นอีก 5 ใบ และสามารถอายัดเงินที่ผู้เสียหายโอนให้คนร้ายไว้ได้อีก 7 หมื่นบาท
เบื้องต้น นายนิก ยอมรับว่ามีหน้าที่กดเงินสดให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์มาแล้วหลายครั้ง จากนั้นควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผล ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป