เผยคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ จำคุก สมรักษ์ คำสิงห์ 1 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีพรากผู้เยาว์สาว 17 ปี ให้ชดใช้สินไหมเพิ่มอีก 80,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 พิพากษายกโทษตามศาลชั้นต้น

วันที่ 20 ต.ค.2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 อ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ อ 694/2567 โดยพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง สมรักษ์ คำสิงห์ จำเลยที่ 1 นายพิเชษฐ์ ชิเนหันทา จำเลยที่ 2 ในความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุมากกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย

ฐานร่วมกันพาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และ ข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุมากกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้

โดย สมรักษ์ คำสิงห์ และ นายพิเชษฐ์ เดินทางมารับฟังคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ด้วยสีหน่ายิ้มแย้ม พร้อมผู้ติดตามประมาณ 10 คน ที่มาให้กำลังใจ

ยศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 50 นาที ก่อนจะมีคำพิพากษาออกมา โดยเป็นการพิพากษาแก้คำตัดสินของศาลชั้นต้น โดยสรุปคือ ยกในฐานความผิดข้อหาพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ ให้กับจำเลยที่ 1 เหลือเพียงความผิดฐานร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย

โดยศาลให้จำคุก สมรักษ์ คำสิงห์ เป็นเวลา 1 ปี 12 เดือน จ่ายค่าสินไหมเพิ่ม 80,000 บาท จากเดิมที่จำเลยที่ 1 ได้วางเงินสินไหมต่อศาลไว้ก่อนหน้านี้ 120,000 บาท รวมเป็นเงิน 200,000 บาท โดยโทษจำคุกไม่รอลงอาญา ขณะนี้จำเลยที่ 1 อยู่ระหว่างทำเรื่องประกันตัวต่อศาล ส่วนจำเลยที่ 2 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคือ จำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดตามฟ้อง

นายอธิวัฒน์ เนียมมีศรี ทนายโจทก์ร่วม กล่าวว่า หลังจากนี้ฝ่ายโจทก์จะเดินหน้ายื่นฟ้องต่อศาลฎีกาตามยั้นตอนของกฎหมาย โดยเฉพาะการต่อสู้ในฐานความผิดพยายามข่มขืนของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องทั้ง 2 ศาลไปแล้ว ทางโจทก์ก็ไม่ได้โต้แย้ง โดยจะมุ่งเอาผิดกับจำเลยที่ 1 ในข้อหาพยายามข่มขืนเพียงผู้เดียว

คดีนี้สืบเนื่องจากหญิงอายุ 17 ปี ชาวกาฬสินธุ์ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ สมรักษ์ คำสิงห์ และพวก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 04.30 น. วันที่ 10 ธ.ค.2567 ภายหลังไปเที่ยวสถานบริการแห่งหนึ่ง เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดย สมรักษ์ คำสิงห์ เข้าพบพนักงานสอบสวนและปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมระบุในขณะนั้นว่าไม่ทราบว่าหญิงคู่กรณีมีอายุ 17 ปี

ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น ยื่นฟ้อง สมรักษ์ คำสิงห์ และนายพิเชษฐ์ ในหลายข้อหา ได้แก่ ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี จากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ร่วมกันพาบุคคลอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่อการอนาจารแม้บุคคลนั้นยินยอม พยายามข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย และกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย ทั้งสองให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2568 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำคุกรวม 4 ปี 8 เดือน ก่อนลดโทษหนึ่งในสาม เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา คงจำคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 170,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ภายหลังคำพิพากษาศาลชั้นต้น สมรักษ์ คำสิงห์ ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเพื่ออุทธรณ์คดี โดยศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกัน 300,000 บาท ก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะนัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 20 ต.ค.2569

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน