ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี รักษาการกรรมการในคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ฝ่ายลูกจ้าง แย้ง สปส.ให้บอร์ดใหม่ทบทวนสร้างสำนักงาน 38 ล้าน ห่วงไม่คุ้มทุน-แนะเช่าแทน
วันที่ 20 ต.ค.2569 นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี รักษาการกรรมการในคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ฝ่ายลูกจ้าง ชุดที่ 14 เปิดเผยถึงการประชุมบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 14 ครั้งที่ 13/2569 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่าในที่ประชุมมีการหารือวาระโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม มูลค่า 38 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ในพื้นที่ อ.แม่กลอง จ.สมุทรสงคราม โดยในที่ประชุมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความคุ้มค่าและความเหมาะสมของการลงทุน
“หากนำวงเงินก่อสร้าง 38 ล้านบาท มาคำนวณเฉลี่ยตลอดระยะเวลา 20 ปี จะคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 150,000 บาท ขณะที่สำนักงานมีพนักงานประมาณ 30 คน และมีประชาชนเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยวันละประมาณ 100 คน หรือเมื่อเฉลี่ยตามช่วงเวลาทำการแล้ว มีผู้ใช้บริการไม่มากนักเมื่อเทียบกับการลงทุนก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ นอกจากนี้ สำนักงานแห่งใหม่ยังอยู่ห่างจากสำนักงานเดิมประมาณ 6-7 กิโลเมตร ซึ่งอาจส่งผลต่อความสะดวกของประชาชนในการเข้ารับบริการ

จึงมีข้อเสนอให้พิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การนำงบประมาณส่วนดังกล่าวไปใช้เป็นค่าเช่าสำนักงาน หรือปรับรูปแบบการใช้พื้นที่ให้เหมาะสม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ประเด็นนี้ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงแรงงานที่ต้องการลดการก่อสร้างอาคารสำนักงาน โดยควรพิจารณาความจำเป็นและความคุ้มค่าของการลงทุนอย่างรอบด้าน จึงเห็นควรให้บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่เข้ามาพิจารณารายละเอียดและตัดสินใจเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงวาระการตัดหนี้สูญของ สปส. นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเข้าใจหลักการทางบัญชีเกี่ยวกับการจำหน่ายหนี้สูญ แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่านั้นคือ การจัดทำแผนระยะกลางและระยะยาวเพื่อป้องกันการเกิดหนี้ รวมถึงการติดตามหนี้จากนายจ้างที่ค้างชำระเงินสมทบอย่างเป็นระบบ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบกรณีบริษัทที่มีกรรมการบริษัทเกี่ยวข้องกับบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือกรณีที่กรรมการบริษัทเดิมไปจัดตั้งบริษัทใหม่ แต่ยังเกิดปัญหาการค้างชำระหนี้กับ สปส. จึงเห็นว่า บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ควรเข้ามาวางกรอบและกำหนดมาตรการให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาหนี้ค้างชำระที่เกิดซ้ำ
“ถามว่าตัดหนี้สูญแล้วยังคงเป็นหนี้อยู่ไหม ก็ยังคงเป็นหนี้อยู่ แต่กระบวนการทางบัญชีและกระบวนการติดตามก็แทบจะหายไปเลย ดังนั้น จุดยืนของเราคือ ควรมีระบบติดตามหนี้อย่างจริงจัง และบอร์ดรักษาการไม่ควรเข้ามาดำเนินการในช่วงเวลานี้” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
เมื่อถามว่า ในการประชุมครั้งล่าสุด ที่ประชุมได้รับข้อสังเกตเกี่ยวกับการติดตามหนี้ และให้มีการจัดทำรายงานกระบวนการติดตามหนี้อย่างเป็นระบบเพื่อเสนอให้บอร์ดประกันสังคมชุดต่อไปพิจารณา นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า วาระการจำหน่ายหนี้ดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามระเบียบเดิมที่สามารถทำได้ตามหลักเกณฑ์ แต่ตนได้ลงมติงดออกเสียง พร้อมขอให้บันทึกข้อสังเกตไว้เพื่อส่งต่อให้บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่พิจารณาต่อ