ดรามาครูน้อยใจโพสต์เหน็บสวนน้ำ ไม่รับเด็กกำพร้า ขณะที่เจ้าของสวนน้ำเผยสาเหตุ พร้อมแจ้งความหมิ่นประมาท

วันที่ 21 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดดราม่าระหว่างสวนน้ำใน จ.อุดรธานี กับครูตะวัน จิตอาสาดูแลเด็กกำพร้า หลังครูโพสต์ข้อความว่า “สวนน้ำแห่งหนึ่ง ไม่รับเด็กกำพร้าบ้านพ่อครูตะวัน อ้างว่าลูกค้าเต็ม ต้องแจ้งล่วงหน้าหากจะมา แต่ไม่มีป้ายแจ้ง ขณะที่เด็กกลุ่มอื่นทยอยเข้าเล่นน้ำตามปกติ โดยไม่มีการแจ้งว่าเต็ม ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวพ่อพาไปเล่นสวนน้ำแห่งอื่นที่ไม่รังแกเด็กกำพร้า!”

ด้านสวนน้ำโพสต์ชี้แจงว่า

“คุณครูท่านหนึ่งพาเด็กมาเล่นสวนน้ำเมื่อวาน แต่ทางร้านมีลูกค้าจำนวนมาก ที่นั่งเต็ม และคำนึงถึงความปลอดภัย จึงแจ้งให้มาวันหลังและโทรจองก่อน เพื่อจัดโซนให้ แต่คุณครูไม่ยอมและโพสต์ประจาน ทำให้ร้านเสียหายและลูกค้าเข้าใจผิด ที่ผ่านมาเรายินดีต้อนรับและให้ส่วนลดคุณครูเสมอ แม้คุณครูนำเด็กมาทิ้งไว้โดยไม่ดูแล ทางเราก็ดูแลให้ตลอด ขอให้ลูกค้าที่มาใช้บริการเข้าใจด้วย ขอบคุณจากใจ”

น.ส.ต้า อายุ 36 ปี ผู้จัดการสวนน้ำ เปิดเผยว่า อยากชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ช่วงบ่าย ครูพาเด็กกำพร้ามาเที่ยวอีกประมาณ 24 คน เด็กๆ ต่อคิวเพื่อเล่นน้ำ

แต่ทางสวนน้ำแจ้งว่าไม่สามารถรับเพิ่มได้ เพราะมีลูกค้าจองเต็มแล้ว พร้อมขออภัยและแจ้งว่าหากจะมาครั้งต่อไปขอให้จองล่วงหน้า แต่ครูตะวันดูไม่พอใจและนำเรื่องไปโพสต์

ทางสวนน้ำยืนยันว่า เด็กกำพร้าก็เป็นลูกค้า และเด็ก ๆ ก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า แต่ยอมรับว่าเด็กที่ครูพามามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งขโมยของและเด็กผู้ชายดำน้ำเข้าไปเล่นในโซนผู้หญิง รวมถึงปัญหาอื่นๆ แม้รู้ว่าเป็นเด็กกำพร้า ทางสวนน้ำก็สั่งข้าวให้กินและลดราคาชุดเล่นน้ำให้เสมอ

อีกทั้งเมื่อครูพาเด็กมาส่ง ก็มักไม่อยู่ดูแลและให้คนอื่นดูแลแทน นอกจากนี้ยังสั่งเหล้ามาดื่ม ปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพัง

ผู้จัดการสวนน้ำ กล่าวต่อว่า ระหว่างพูดคุย ครูไม่พอใจที่ทางร้านไม่สามารถรับเด็กทั้ง 24 คนเข้าเล่นน้ำได้ และขอให้มาในวันรุ่งขึ้น โดยทางร้านจะจัดโซนให้ พร้อมอาสาพาเด็กๆ ไปส่งถึงบ้าน แต่ครูกลับบอกว่าจะโพสต์ว่าสวนน้ำไม่รับเด็กกำพร้า ทางร้านจึงรู้สึกว่าได้รับความเสียหาย ทั้งที่อธิบายเหตุผลไปแล้ว

ยืนยันว่าไม่เคยรังเกียจเด็กกำพร้า แม้เด็กๆ จะมีพฤติกรรมที่ทำให้ไม่สบายใจ ทางสวนน้ำก็เก็บความรู้สึกมาตลอด แต่ครั้งนี้ไม่ไหวจริงๆ ขณะนี้ได้แจ้งความที่ สภ.นาข่า ในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากทำให้ทางร้านเสียหาย

อย่างไรก็ตาม หากครูตะวันพาเด็กมาเล่นน้ำอีก ทางร้านก็พร้อมต้อนรับเหมือนเดิม แต่ขอให้โทรแจ้งล่วงหน้า ส่วนคดีก็ให้เป็นไปตามกระบวนการ พร้อมฝากถึงครูว่า ทางร้านชื่นชมที่ดูแลเด็กกำพร้าและไม่เคยรังเกียจเด็กกลุ่มนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นสามารถพูดคุยกันได้ ไม่ควรทำเช่นนี้

ครูผู้ดูแลเด็กกำพร้า ชี้แจง

ด้านครูตะวัน ผู้ดูแลเด็กกำพร้ากว่า 28 ชีวิต เปิดเผยว่า วันหยุดที่ผ่านมาได้พาเด็กๆ ไปเที่ยวสวนน้ำที่นาข่า โดยมีพนักงานเข้ามาถามว่าเป็นเด็กจากบ้านครูตะวันหรือไม่ ก่อนเดินไปถามพนักงานอีกคนที่เคาน์เตอร์ ซึ่งแจ้งว่าไม่รับเด็กกำพร้าจากบ้านครูตะวัน และขอให้โทรแจ้งล่วงหน้า เพราะวันนั้นลูกค้าเต็มแล้ว ไม่สามารถเข้าเล่นน้ำได้

ครูตะวัน กล่าวว่า จากที่เห็น สวนน้ำมีคนไม่มาก แต่ทางร้านอ้างว่ามีลูกค้าจองเต็มแล้ว ทำให้ตนสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่รับ ทั้งที่เคยพาเด็กมาเป็นประจำ เมื่อทางร้านแจ้งให้กลับ ตนก็เตรียมพาเด็กๆ กลับ แต่ทางร้านกลับเสนอว่าจะชดใช้ค่าเสียหายและนำรถตู้ไปส่ง ตนจึงบอกว่าไม่ได้เสียหายอะไร และสงสัยว่าทำไมต้องนำรถมาส่ง เพราะเด็กๆ อาจกลัวรถตู้ทึบ

จากนั้นจึงโพสต์ข้อความดังกล่าว เพราะรู้สึกน้อยใจเล็กน้อย แต่ตั้งใจสื่อสารให้เด็กๆ รับรู้ว่า ทุกครั้งที่มาเที่ยวก็จ่ายเงินตามปกติ และที่สำคัญไม่ได้ระบุชื่อสวนน้ำแห่งนี้ โดยเด็กกำพร้าที่อยู่กับตนเคยช่วยเด็กที่กำลังจะจมน้ำที่สวนน้ำแห่งนี้ด้วย จึงไม่เข้าใจว่าทำไมทางร้านไม่อยากให้เด็กกำพร้ามาเล่นน้ำ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สวนน้ำไม่สบายใจ เพราะเด็กกำพร้าดื้อ เคยขโมยของและรบกวนลูกค้าคนอื่น ครูตะวัน กล่าวว่า หากเด็ก ๆ ทำผิด ทางร้านควรแจ้งตนเพื่อจะได้ตักเตือน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับแจ้ง หากมีการขโมยจริง ในฐานะผู้ปกครองเด็กกำพร้าก็ต้องรับผิดชอบแน่นอน

ส่วนข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ดูแลเด็กๆ ระหว่างเล่นน้ำ ครูตะวัน ชี้แจงว่า มีผู้ใหญ่ช่วยดูแลแทน ส่วนตนต้องกลับไปดูแลเด็กที่บ้านเด็กกำพร้า สำหรับเรื่องสั่งเหล้ามาดื่มนั้นไม่เป็นความจริง เพราะปกติไม่ดื่มเหล้า มีเพียงเบียร์ก่อนนอนวันละ 1 กระป๋อง

ช่วงท้าย ครูตะวัน ยอมรับว่า ไม่ได้โกรธกับเรื่องดราม่าที่เกิดขึ้น และไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายสวนน้ำ หากข้อความที่โพสต์ทำให้ทางร้านไม่สบายใจ ก็อยากขอโทษหากใช้ถ้อยคำรุนแรงเกินไป และพร้อมไปขอโทษหากทางร้านต้องการ

ปัจจุบันครูตะวันรับภาระดูแลเด็กกำพร้า 28 คน โดยมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 70,000-80,000 บาท พร้อมกล่าวว่า หากตนเสียชีวิตไปก็ไม่รู้ว่าเด็กๆ จะอยู่อย่างไร แต่ยังพร้อมสู้ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน