สุชาติ สั่ง คพ. เร่งตรวจสอบน้ำดำ คลองเพชรเอิม จ.ปราจีนบุรี เบื้องต้นมีกลิ่นเหม็นเล็กน้อย แต่ยังไม่กระทบต่อสุขภาพ เร่งวิเคราะห์หาสาเหตุ คลายกังวลประชาชน

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2569 ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่แสดงความห่วงใยต่อกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์

เกี่ยวกับน้ำในคลองเพชรเอิม จังหวัดปราจีนบุรี มีสีดำคล้ำและกลิ่นเน่าเสีย สร้างความกังวลให้แก่ประชาชนในพื้นที่ จึงสั่งการให้ คพ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและคุณภาพน้ำ

สุชาติ

สุชาติ สั่ง คพ. เร่งตรวจสอบ น้ำดำ คลองเพชรเอิม ปราจีนบุรี

พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

ดร. สุรินทร์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) ที่ 7 (สระบุรี) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบตามการประสานงานของ นายชนาธิป โคกมณี รอง ผวจ.ปราจีนบุรี

โดยมีเครือข่ายภาคประชาชน นายอำเภอกบินทร์บุรี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอกบินทร์บุรี สำนักงานเกษตรอำเภอกบินทร์บุรี การประปาส่วนภูมิภาคสาขากบินทร์บุรี โครงการชลประทานปราจีนบุรี และองค์การบริหารส่วนตำบลวังดาล

ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์คุณภาพ

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นบริเวณเหนือประตูระบายน้ำคลองเพชรเอิม พบว่ายังไม่มีการเปิดประตูระบายน้ำลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี โดยน้ำในคลองมีสีน้ำตาลดำและมีกลิ่นเล็กน้อย

ผลการตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ด้วยเทคนิค Headspace พบค่า 0.8 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ซึ่งพบเพียง 1 จุด จากการตรวจสอบ 5 จุด ในจุดที่ใกล้ประตูระบายน้ำ

อย่างไรก็ตาม ค่าดังกล่าวยังถือว่าเป็นเพียงเหตุเดือดร้อนรำคาญ ไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพประชาชน

หากเทียบกับค่าตรวจวัดมากกว่า 3 ppm จะรับรู้กลิ่นได้อย่างชัดเจน และมากกว่า 10 ppm จะทำให้กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น เวียนศีรษะ

สำหรับผลตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนาม พบว่าค่าที่ตรวจวัดเบื้องต้นยังไม่แตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี

โดยมีค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) อยู่ระหว่าง 3.23–3.26 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่าความเค็ม 0.0–0.5 ค่าความเป็นกรด–ด่าง (pH) 6.68–6.96 และค่าการนำไฟฟ้า 123.5–129.8 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร

ทั้งนี้ได้ส่งตัวอย่างน้ำทั้ง 5 จุด ส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการของ สคพ. ที่ 7 (สระบุรี) เพื่อหาสาเหตุของน้ำสีดำคล้ำและประเมินคุณภาพน้ำอย่างละเอียด

ดร. สุรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมควบคุมมลพิษจะเร่งติดตามผลการตรวจวิเคราะห์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาตามข้อเท็จจริง พร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อกังวลของประชาชนและการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชนในการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นใจและป้องกันผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน