พิจิตร แม่ค้าโอด เขียงหมูสดซบเซา ลูกค้าหดหาย เหตุราคาเนื้อหมูชำแหละ ปรับราคาขึ้น รัฐบาลปรับต้นทุนดีเซลขึ้น ค่าขนส่งสูง พ่อค้าครวญ ผักสดราคาขยับเท่าตัว ต้นหอม-ผักชี แพงสุด ขายไม่ดี
22 ต.ค. 69 – ที่ตลาดสดเทศบาลสอง เทศบาลเมืองพิจิตร ผู้สื่อข่าวออกสำรวจราคาเนื้อสุกร หรือเนื้อหมูชำแหละ โดยพบว่า พ่อค้า แม่ค้าเขียงหมู ต่างปรับราคาเนื้อหมูเพิ่มสูงขึ้น
“ป้ายิ้ม” ผู้ประกอบการเขียงหมูชำแหละ ใด้ให้ข้อมูลว่า ราคาที่เนื้อหมูชำแหละที่ปรับราคาสูงขึ้นนั้น เนื่องจากฟาร์ม และเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรปรับขึ้นราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มขึ้น 4 บาทต่อ กก.

เหตุจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาอาหารสัตว์ ประกอบกับ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่รัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของค่าขนส่งสุกรมีชีวิต และค่าขนส่งสินค้าของเขียงหมูทำให้ราคาเนื้อสุกรสดชำแหละต้องปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น
โดยราคาเนื้อหมูสดชำแหละขายปลีก หมูเนื้อแดงจากเดิม กก.130 บาท เป็น กก.ละ150 บาท เนื้อสะโพกหมู จากเดิม กก.110 บาทเพิ่ม ขึ้นเป็นกก. – 140 บาท ซี่โครงอ่อน กก.120บาทขึ้นเป็น กก.ละ150บาท
แต่ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าไม่ค่อยมาซื้อเนื้อหมูไปประกอบอาหาร ทำให้ตลาดเขียงหมูสดซบเซาลงทั้งตลาดขายไม่ค่อยได้จากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่
นอกจากนี้ ยังพบว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่องนั้น ทำให้สินค้าต่างๆ ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง
“ลุงตู้” พ่อค้าผักสด กล่าวว่า ราคาผักสดปรับราคาสูงขึ้นทุกชนิด ที่หายากก็แพงเท่าตัว โดยเฉพาะผักสด เช่น ต้นหอม ผักชี จาก กก.250บาท ขึ้นเป็น 350บาท/ กก.ใบโหระพาจาก กก.ละ100 ขึ้นเป็น 190 -200 บาท ผักกาดกวางตุ้งจากเดิม กก.40บาทขึ้นเป็น 70บาท/กก.
มะเขือเทศ จาก กก.30บาทขึ้นเป็น 50บาท/กกมะเขือกรอบจาก กก.30บาท เป็น 40บาท/กก.ผักคะน้า จาก กก.50บาทเป็น กก.ละ 70บาท และผักต่างๆ ปรับราคาเพิ่มขึ้น
โดยพ่อค้าแม่ค้าขายปลีก ระบุว่า ราคาการขนส่ง ที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ประกอบการแหล่งผลิตปรับราคาขึ้นซึ่งตนเองต้องปรับราคาเพิ่มตาม แต่ลูกค้าก็บ่นทำให้ขายไม่ค่อยดี
