ชาวบ้านร้องเรียน ‘โรงโม่หิน’ ไม่หยุดถม “คลองฉนาก” อ.บ่อไร่ ตราด เป็นการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ จี้เจ้าหน้าที่บังคับใช้ กฎหมาย ให้มีการฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม
จากกรณีนายอภิภัทร ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ ให้ดำเนินคดีกับ บริษัทเอกชน ประกอบธุรกิจโม่หิน พร้อมผู้บริหาร ในข้อหา “บุกรุก ปลูกสร้างรุกล้ำทางน้ำชลประทานโดยไม่ได้รับอนุญาต และกีดขวางทางน้ำชลประทาน” เหตุเกิดบริเวณโฉนดที่ดิน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2568
ต่อมา นายพีรพัฒน์ ชาติคง นักวิชาการขนส่งปฏิบัติการ ได้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ ให้ดำเนินคดีเพิ่มเติม ตาม มาตรา 119 (แก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2535) ห้ามมิให้ผู้ใด เท ทิ้ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ดิน หิน ทราย หรือสิ่งปฏิกูล ลงในแม่น้ำ ลำคลอง อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือใช้ประโยชน์ร่วมกัน, มาตรา 120 วรรคสอง (พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456) ห้ามมิให้ผู้ใดขุดลอก แก้ไข หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำทางเดินเรือ แม่น้ำ ลำคลอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า
นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ และผู้ติดตามคดี ได้มีการตั้งคำถามถึงความล่าช้า ในการขุดคลองคืนตำแหน่งเดิม โดยระบุว่าการเปลี่ยนทางน้ำสาธารณะ คลองฉนาก เดิมไหลบรรจบคลองลือ แต่กลับถูกขุดเจาะเปลี่ยนเส้นทาง ให้ไหลไปบรรจบคลองตะบาดแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ชาวบ้านจึงจี้ให้ฟื้นฟูสภาพลำน้ำ เรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งบังคับใช้กฎหมาย รักษาสภาพลำน้ำสาธารณะให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และจัดการกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง

ล่าสุด วันที่ 22 ต.ค. 2569 พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. รับรายงานว่า เมื่อวานนี้ ทางตัวแทนชาวบ้านได้เข้าร้องเรียน ว่าหลังจาก บช.ก.ลงพื้นที่ เข้าค้นโรงโม่หิน ตรวจสอบพื้นที่บุกรุกลำคลองสาธารณะ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้จับกุมผู้กระทำผิดปลูกสร้าง ต่อเติมสิ่งก่อสร้าง รุกล้ำทางน้ำชลประทานกระทำการอันเป็นการกีดขวางทางน้ำ โดยมิได้รับอนุญาต เปลี่ยนแปลงสภาพคลองจากเดิม ซึ่งอยู่ภายในบริเวณพื้นที่ของโรงโม่ ความยาวประมาณ 1,200 เมตร กว้างประมาณ 20 เมตร แล้วนั้น
ปัจจุบันกลับพบว่ายังมีการบุกรุกถมดินเพิ่ม อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงมาร้องขอความช่วยเหลือ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพิ่มเติม ให้ตรวจสอบถึงการกระทำดังกล่าว และดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดต่อไป