น้อง “บัวขาว” เปิดใจ ปมถูกทำร้าย หลังปฏิเสธชนแก้ว-ขอจับมือ หนุ่มใหญ่โมโหเอาแก้วตบหน้า เป็นแผลลึกเสียโฉม อาการสาหัส ปัดความรับผิดชอบค่ารักษา พยานไม่กล้าให้ข้อมูล โชคดีมีกล้องวงจรปิด

จากกรณี บัวขาว บัญชาเมฆ โพสต์ลงเพจ บัวขาว ไลฟสไตล์ ข้อความว่า ไหนว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงัยคับ น้องสาวในกลุ่มผม อำเภอรัตนจังหวัดสุรินทร์ โดนทำร้ายจนหน้าเสียโฉม โดยที่ไม่รู้จักกัน ถ้าไม่ออกมารับผิดชอบผมจะดำเนินการเอง เห็นว่าเป็นลูกคนมีอิทธิพล นายอำเภอด้วย รอการตอบรับกับสัญญาที่ให้ไว้กับน้องด้วยนะครับ

ล่าสุดวันที่ 23 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามข้อมูลกับ น.ส.โอ๋ อายุ 27 ปี ผู้เสียหาย ให้ข้อมูลว่า เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 12 ต่อเนื่องวันที่ 13 ก.ย.69 ที่ผ่านมา ตนได้ไปที่ร้านเกิดเหตุเพียงลำพัง เพราะเป็นร้านประจำ ที่ไปนั่งรับประทานบ่อยๆ โดยนั่งอยู่ข้างๆโต๊ะผู้ก่อเหตุ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อภายหลังคือนายวิริทธิพล อายุ 43 ปี ได้มีการมาขอชนแก้ว

โดยมีการชนถึง 2 ครั้ง แล้วพูดว่าขอจับมือได้ไหม ซึ่งตนก็ชนแก้วไปตามมารยาท แต่ไม่ได้ให้จับมือ ขอปฏิเสธไป ซึ่งดูเหมือนเค้าจะไม่พอใจ แต่ยังวนเวียนอยู่หน้าโต๊ะตนเอง จนชนโต๊ะและทำให้เบียร์หกใส่แขนและโทรศัพท์มือถือตน ตอนนั้นเพื่อนของผู้ก่อเหตุเห็น และเข้ามาถามตนว่าเบียร์หกใส่โทรศัพท์หนูใช่ไหม ตนตอบไปว่าใช่ และพูดหยอกว่า ให้ซื้อเบียร์มาคืนเลย 3 ขวด

จากนั้นเพื่อนผู้ก่อเหตุ ให้ผู้ก่อเหตุมาขอโทษ แต่ผู้ก่อเหตุเมาพูดจาไม่รู้เรื่อง แล้วกลับมายืนใกล้โต๊ะของตนอีก เพื่อนผู้ก่อเหตุ จึงบอกว่า ทำแบบนี้ไม่ถูก ต้องขอโทษน้อง แล้วชดใช้น้องเขาไป เพื่อให้จบกัน แต่ตนก็พูดตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไรหนูมีเงินซื้อกินอยู่ แต่พี่เขาไม่ขอโทษหนูเลย

ต่อมาผู้ก่อเหตุก็ยังนั่งลงข้างตนอีก แล้วยังมาจับแขนตนอีก 1 ครั้ง ตนพยายามบิดตัวออกแล้วลากกระเป๋ามาขว้างไว้ และรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้วตอนนั้น แล้วเขาก็พูดคำว่าจะเอายังไง พร้อมช้อนสายตามองมาที่ตน เหมือนไม่พอใจตั้งแต่แรก ที่ตนไม่สนใจเขา แล้วเขาก็พูดว่าจะเอายังไง ตอนนั้นตนกลัวมาก จึงตอบกลับไปว่า พี่พูดอะไรแบบนี้ พี่ทำเบียร์หนูหก แล้วทำไมยังพูดอย่างนี้ พี่เป็นอะไร ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย เลยยกมือเรียกเจ้าของร้าน ให้นำตัวเค้า ออกไปที่นั่งที่ของเค้า ซึ่งน่าจะทำให้เค้าเสียหน้าเพราะคนมองเยอะ

ระยะเวลาผ่านไปได้สักพัก เค้าเดินมาและเอาแก้วมาตบเข้าที่หน้าตนอย่างแรง โดยที่ตนไม่ทันได้ตั้งตัวเลย ไม่คิดว่าเขาจะทำเช่นนี้ เพราะเขานั่งหันหลังให้กับตน เค้าใช้แก้วตบเข้าที่หน้าตน 1 ครั้ง แก้วแตก และเศษแก้วบาดเข้าที่หน้า จนทำให้ตนสลบไป

จากนั้นก็มีพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลรัตนบุรี และส่งตัวต่อโรงพยาบาลศูนย์สุรินทร์ ซึ่งบาดแผลที่เกิดขึ้นรุนแรงมาก จากแก้วบาดที่หน้า บริเวณคิ้ว และริมฝีปากด้านซ้ายลึกยาวถึงเส้นประสาท นอนโรงยาบาล 1 คืน จากนั้นหมอให้ออกมาพักฟื้นที่บ้าน แล้วนัดไปพบรักษาเกือบเดือน หน้าเป็นรอยจากการเย็บบาดแผลอย่างชัดเจน

หลังเกิดเหตุแม่ของตน ได้ไปแจ้งความทันทีในคืนที่เกิดเหตุ ช่วงที่นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ทางแม่ผู้ก่อเหตุ ให้คำมั่นว่าไม่ต้องห่วง เขาจะรับผิดชอบเต็มที่ แล้วจะทำให้กลับมาสวยเหมือนเดิม และสวยกว่าเดิม พร้อมทั้งจับมือตนไว้แน่น เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ได้มีการนัดมาพูดคุย เรื่องการชดเชยเยียวยาตามที่พูดไว้ ว่าจะรับผิดชอบเต็มที่ จะให้กลับมาสวยเหมือนเดิม แต่เมื่อถึงเวลาพูดคุย กลับเป็นคนละเรื่องเลย เขาบอกว่าให้ไปจ่ายวางที่ศาลเอาอย่างเดียว ตนใจละลายเลย เจอเหตุการณ์ที่แย่มากว่า 1 เดือนแล้ว ยังต้องมาเจอคำพูดที่ทำร้ายจิตใจอีก รู้สึกผิดหวังมากๆ การใช้ชีวิตของตนนั้นไม่ปกติเลย เส้นประสาทบริเวณใกล้ช่องปากขาด เวลากินข้าวจะกระเด็นออกมา เวลาพูดจาน้ำลายก็จะไหล และกระเด็นออกมา อมน้ำและแปรงฟันน้ำก็จะไหลออกมาโดยไม่รู้สึกตัว กลืนของเข้าไปก็จะเจ็บค ออีกทั้งเวลาอ้าปากก็จะเจ็บปวดไปถึงศีรษะมาก

ส่วนกรณีที่บัวขาว นักมวยชื่อดังโพสต์นั้น น้องโอ๋บอกว่า ตนเป็นน้องในกลุ่ม ที่เคยไปร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มพี่บัวขาวและภรรยาบ่อย ตอนแรกพี่บัวขาวไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะตนไม่กล้าบอกใคร เพิ่งมาทราบที่หลัง เพราะในขณะนั้นไม่กล้าโทรบอกใคร กลัวมาก ไม่กล้าเจอสังคม ไม่กล้าเจอใคร ท้ออยากตายทุกวัน มีเพียงครอบครัว และพี่ทนายที่อยู่ข้างๆ คอยช่วยเหลือ ไม่อยากเอาอะไรในชีวิตแล้ว ใบหน้าตนทั้งชีวิต ทำอย่างไรก็ไม่หาย และก็ไม่คิดด้วยว่าชีวิตตนจะมาถูกกระทำ อยากได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด

ด้าน นายลัทธ์วิวิศน์ จินดาศรี ทนายความ กล่าวว่า เรื่องของค่ารักษา มองว่าเป็นเรื่องของการลดกระแส เพื่อไม่ให้มีการกระพือข่าว แต่พอเมื่อวานที่มีการไกล่เกลี่ย ได้ยื่นค่ารักษาไปประมาณ 2 แสนบาท ในเบื้องต้น เขาพูดออกมาคำเดียวว่าไม่จ่าย จะเอาไปวางในชั้นศาล พูดมาสั้นๆเลย ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีความสำนึกในตัวผู้กระทำความผิดเลย โดยผู้เป็นพ่อของผู้ก่อเหตุเป็นคนพูด ตัดบทเลยจากที่แต่ก่อนที่พูดกันไว้ กลายเป็นคนละเรื่องเลย

โดยในส่วนของคดี ทางพนักงานสอบสวน ก็พยายามเร่งสอบสวนให้เร็วที่สุด แต่เนื่องจากตัวผู้ได้รับบาดเจ็บเอง อยู่ในระหว่างการรักษา จึงไม่สามารถที่จะมาให้ปากคำได้ และก็มีปัญหาอยู่ข้อ 1 คือ พยานในที่เกิดเหตุไม่มีใครกล้า มาให้ปากคำ สิ่งที่ดีที่สุดขณะนี้คือเราได้เพียงภาพกล้องวงจรปิดจากทางร้านเท่านั้น จึงได้ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากไม่มีกล้องวงจรปิด ในวันนี้ทุกอย่างจบ เพราะไม่มีหลักฐานไปยืนยันการกระทำของเขา ตอนนี้ต้องรอพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนอีกครั้งหนึ่ง ว่าข้อหาที่เกี่ยวข้องนั้นมีอะไรบ้าง นอกจากการทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเสียโฉมติดตัว

ขณะที่เพจ สภ.รัตนบุรี รายงานความคืบหน้าคดีว่า คดีนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส กระทำอนาจาร และทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 278 และ 358 ตามลำดับ

ทั้งนี้ การดำเนินคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐาน และกระบวนการยุติธรรม โดยผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับสิทธิตามกฎหมาย จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด สภ.รัตนบุรี ภ.จว.สุรินทร์ มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน