สรุปปัญหาชาวบ้านตัดต้นนางพญาเสือโคร่ง หลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง สำรวจต้นนางพญาเสือโคร่ง บ้านม้งดอยปุย จ.เชียงใหม่ กำนันตำบลสุเทพขอโทษ จะทำความเข้าใจกับชาวบ้านอีกครั้งหาแนวทางการดูแลพื้นที่สัญลักษณ์สถานฯร่วมกัน
วันที่ 26 ต.ค.2569 นายกริชสยาม คงสตรี ผอ.สบอ.16 เชียงใหม่ (สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่) พร้อมด้วย นายธงชัย นาราษฎร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย นายสุรเชษฐ์ ตาคำมา นายกเทศมนตรีเมืองสุเทพ พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์
พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ และฝ่ายปกครอง ร่วมลงพื้นที่ติดตามการลักลอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่ง บริเวณสัญลักษณ์สถานแห่งการเสด็จพระราชดำเนิน บ้านม้งดอยปุย หมู่ที่ 11 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งประชุมสรุปปัญหาร่วมกัน ในคดีตัดต้นนางพญาเสือโคร่งดอยปุย ตั้งแต่ทราบว่ามีผู้ตัดต้นพญาเสือโคร่งมาถึงวันนี้ พบว่ามีผู้เข้าไปตัดต้นไม้รวมประมาณ 7 คน ที่ร่วมกันตัดต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย บริเวณพลับพลาที่ประทับทรงงาน ในหลวงรัชกาลที่ 9 จุดชมวิวบ้านม้งดอยปุย
โดยจุดเริ่มต้นดราม่า เมื่อกลางเดือนตุลาคม 2569 โซเชียลเชียงใหม่แชร์ภาพเปรียบเทียบ Before/After บริเวณจุดชมวิวดอยปุย จากเนินเขาสีชมพูแน่นเต็มด้วยดอกนางพญาเสือโคร่ง กลายเป็นเนินโล่งเห็นแต่ตอและท่อนไม้กองกับพื้น ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์หนักว่าทำลายแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวที่ชาวบ้านร่วมปลูกมาตั้งแต่ปี 2550

สำหรับความเสียหาย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยตรวจสอบพบไม้ยืนต้นรวม 15 ต้นถูกตัด แปรรูปเป็น 46 ท่อน ในจำนวนนี้เป็นต้นนางพญาเสือโคร่ง 11 ต้น รวม 40 ท่อน
หากถามว่า ใครตัด? เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ระบุกลุ่มที่ตัดคือกลุ่มจิตอาสาประมาณ 40-50 คน ที่เข้ามาช่วยงานในพื้นที่ประจำ ก่อนหน้านี้ขออนุญาตด้วยวาจาให้ทำความสะอาดพลับพลาเท่านั้น ไม่ได้อนุญาตให้ตัดต้นไม้ โดยกลุ่มอ้างเห็นต้นไม้บังพลับพลาและกังวลใบไม้ร่วงทำให้รกรุงรัง จึงตัดและวางเรียงเตรียมปลูกดอกไม้ พร้อมขอโทษ แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ยืนยันต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

การดำเนินคดี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าแจ้งความที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ข้อหาเข้า พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562, พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484, พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ 2507 ต่อมา วันที่ 24 ตุลาคม 2569 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบช.ภ.5 เรียกประชุมด่วนที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ แบ่งผู้เกี่ยวข้องที่ต้องตรวจสอบเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.นักการเมืองท้องถิ่น 2.เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองและเทศบาล 3.ชาวบ้านร่วมตัด 4.ผู้สั่งการเบื้องหลัง ระบุมีภาพถ่ายและพยานบุคคลเป็นหลักฐาน
ต่อมา วันที่ 25 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เผยสอบพยานแล้ว พบผู้กระทำผิดชัดเจน 1 ราย เตรียมเรียกพยานเพิ่ม 2-4 ปาก เพื่อรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ

จากนั้น วันที่ 25-26 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งเร่งรัดคดี เผยพบหลักฐานล็อกเป้า 7 ราย พนักงานสอบสวนเชิญเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ให้ปากคำเพิ่ม ยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด พร้อมประสานกำนันตำบลสุเทพและสมาคมชาวม้ง
วันนี้ 26 ตุลาคม 2569 บูรณาการกำลังหลายหน่วยลงพื้นที่อีกครั้ง ทั้งจังหวัด อำเภอเมือง อุทยานฯ เทศบาลสุเทพ ภ.5 และ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อสรุปปัญหาดังกล่าว ทางคดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกและขอศาลออกหมายจับผู้กระทำผิด
โดยนายเมธาพันธ์ ภุชกฤษดาภา กำนันตำบลสุเทพ กล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่า ชาวบ้านบ้านม้งดอยปุย ทุกคนพร้อมดูแลพื้นที่ และจะมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านอีกครั้งถึงแนวทางการดูแลพื้นที่สัญลักษณ์สถานฯรวมกัน ต่อไป