เปิดใจ เจ้าของรถ เผยนาทีโดนชายสติไม่ดีโดดขึ้นหน้ารถ ยอมรับผวา หวั่นถูกทำร้าย ไม่ประสงค์เอาความกับคนก่อเหตุ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำตัวไปรักษา
26 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงายความคืบหน้า เหตุการณ์ที่ชายวัย 26 ปี กระโดดขึ้นนั่งบนฝากระโปรงรถยนต์ประชาชนจนกระจกหน้าแตกเสียหายทั้งบาน ก่อนปีนเกาะรถกระบะที่ขับผ่านมา บนถนนสายบ้านทุ่ม-พระยืน หน้าโรงเรียนพิมพ์ใจวิทย์ ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น
เจ้าของรถที่เสียหาย อายุ 59 ปี พาผู้สื่อข่าวไปดูความเสียหายที่เกิดขึ้น พบว่า กระจกด้านหน้ารถแตกเสียหายทั้งบาน จากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเจ้าของรถได้ชี้ให้เห็นร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันเกิดเหตุตนกำลังจะเดินทางเข้ามาประชุมที่จังหวัดขอนแก่น โดยขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นรถยนต์สีขาวที่อยู่ด้านหน้าค่อย ๆ ชะลอความเร็ว ก่อนจะเบรกหยุดรถอย่างกะทันหัน ตนเองซึ่งขับรถตามหลังมาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหยุดรถตาม และไม่ได้ยินเสียงการชน จึงตั้งใจจะลงไปดูว่ารถคันด้านหน้าได้รับความเสียหายหรือไม่ เพื่อจะได้พูดคุยกัน
แต่เมื่อเปิดประตูลงจากรถและเงยหน้าขึ้นไปมอง กลับพบว่ามีชายคนหนึ่งสวมเสื้อสีเทาอยู่บนหลังคารถคันดังกล่าว ก่อนจะกระโดดลงมาอย่างแรงบริเวณด้านหน้ารถของตน ทำให้รู้สึกตกใจและแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น และไม่คิดว่ากระจกรถจะแตกเสียหายทั้งบาน
ตอนแรกตั้งใจจะลงจากรถเพื่อล็อกประตู แล้วไปยืนอยู่กับผู้คนบริเวณด้านข้างเพื่อความปลอดภัยและขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเจอสถานการณ์ดังกล่าวก็รู้สึกไม่ดี จึงตัดสินใจกลับขึ้นรถและสตาร์ตรถ โดยขณะนั้นชายคนดังกล่าวได้ขยับมานั่งอยู่บริเวณด้านหน้ารถฝั่งขวา ตรงหน้าตนเอง ทำให้ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
หลังจากสตาร์ตรถแล้ว ชายคนดังกล่าวได้ลงมายืนอยู่บนถนนและจ้องมองมาที่ตน ก่อนจะวิ่งไปยังรถอีกคันหนึ่งตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้ที่ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ เพราะเป็นหลักฐานที่ช่วยให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังออกจากจุดเกิดเหตุ ตนได้เดินทางไปประชุมจนเสร็จ ก่อนจะเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด จึงเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ดแทน
ขณะเกิดเหตุรู้สึกบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าชายคนดังกล่าวจะทำอะไร เพราะเห็นเพียงว่าอยู่บนหลังคารถอีกคันหนึ่ง และไม่คิดว่าจะกระโดดลงมาใส่รถของตน โดยขณะนั้นตนไม่ได้กรีดร้องหรือโวยวาย ไม่ได้ถ่ายภาพหรือบันทึกเหตุการณ์ไว้ ส่วนชายคนดังกล่าวก็ไม่ได้ส่งเสียงดังหรือแสดงพฤติกรรมอื่นใด มีเพียงการมองหน้าเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าในใจมีความกังวล หากลงจากรถไปอาจถูกชายคนดังกล่าวล็อกคอทำร้าย แต่เมื่อสังเกตแล้วไม่เห็นว่ามีอาวุธ จึงเลือกที่จะเงียบและสตาร์ตรถเพื่อออกจากจุดเกิดเหตุ เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัว ชายคนดังกล่าวจึงถอยห่างออกไป
ภายหลังทราบว่าชายคนดังกล่าวมีอาการทางจิต เจ้าของรถจึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เข้ามาดูแลและนำตัวไปรักษา เพื่อให้อาการดีขึ้น และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก เพราะไม่ต้องการให้ใครได้รับความเดือดร้อน พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ประสงค์จะเอาผิดชายคนดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นผู้ป่วย และอยากให้ได้รับการรักษาจนหายดี
ผู้เสียหายยังบอกอีกว่า หากวันนั้นเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เช่น ขณะที่ตนกำลังขับรถแล้วเกิดการชนจนชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ ตนเองก็อาจได้รับความเดือดร้อนไปด้วย ส่วนความเสียหายของรถในครั้งนี้ ตนต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง โดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบ ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการกล่าวโทษใคร เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกคนที่แสดงความเป็นห่วง และยืนยันว่าเห็นใจพ่อแม่ของชายคนดังกล่าว ไม่ต้องการเอาผิด ไม่ถือโทษหรือโกรธเคือง แต่อยากให้ชายคนดังกล่าวได้รับการรักษา และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต


