ปมทารก5เดือน จมน้ำเจ้าพระยา ที่แท้ชายคนสนิทผู้เป็นแม่ แอบไปอุ้มจากบ้าน อ้างเผลอทำหลุดมือ แม่เด็กเดือดปรี่เข้าหาขณะตร.คุมตัวทำแผน
จากกรณีพบศพเด็กทารกวัย 5 เดือน หรือ “น้องลูกแก้ว” ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใกล้ท่าแร่ หมู่ 10 ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 23 ต.ค. 2569 หลังมารดาแจ้งว่าเด็กหายตัวไปจากที่นอนภายในบ้านตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยบ้านพักอยู่ริมแม่น้ำและขณะนั้นมีน้ำท่วมขัง จุดพบศพอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายตามร่างกายเด็ก ขณะที่พนักงานสอบสวนเชิญมารดาและยายของเด็กเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับช่วงเวลาก่อนเด็กหายตัวไป โดยขณะนั้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 28 ต.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน ได้สอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเด็กเพิ่มเติม ทั้งคนในครอบครัวและบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านพัก ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะผลตรวจดีเอ็นเอ และภาพจากกล้องวงจรปิด
จากการสอบสวนซ้ำ คนใกล้ชิด จนพบข้อสงสัยเกี่ยวกับคำให้การของ นาย เฉลิมชัย หรือ“เหน่ง” อายุ 36 ปี ซึ่งกำลังคบหาดูใจกับ น.ส.จรัญญา อายุ 36 ปี แม่ของเด็ก ตั้งแต่ต้องท้องได้ 4 เดือน เจ้าหน้าที่จึงนำตัว นายเหน่ง มาตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ผลตรวจพบสารเสพติด
พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผกก.สอบสวน สภ.บางปะอิน ได้คุมตัวออกมาสอบสวนอย่างละเอียด จนเจ้าตัวยอมให้การรับสารภาพ โดยนายเหน่งให้การว่า ก่อนเที่ยงคืนวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้พายเรือพลาสติกสีส้มจากบริเวณหน้าบ้านของตน ซึ่งติดกับคลองบ้านเลน ไปยังบ้านของ น.ส.จรัญญา โดยอ้างว่าตนกับมารดาของเด็กกำลังคบหาพูดคุยกัน แต่ถูกมารดาของฝ่ายหญิง หรือยายของเด็ก กีดกันไม่ให้คบหากัน จึงต้องแอบพายเรือไปหาอยู่บ่อยครั้ง เห็นเด็กและมีความเอ็นดู อยากนำมาเลี้ยงดู
โดยเคยขอเด็กจากมารดาแล้วแต่ไม่สำเร็จ คืนเกิดเหตุจึงตั้งใจไปนำตัวเด็กออกจากบ้านเพื่อพาไปดูแล ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายให้เสียชีวิต เมื่อพายเรือไปถึงบ้าน ได้จอดเรือเทียบหน้าบ้านที่ติดกับคลองบ้านเลน ก่อนปีนขึ้นบ้านและเข้าไปอุ้มเด็กออกจากมุ้ง ขณะนั้นมารดาและยายของเด็กกำลังนอนหลับอยู่ กระทั่งอุ้มเด็กและกำลัง จะลงเรือ เด็กได้ร้องไห้จนยายตื่นขึ้นมา ทำให้ตกใจเกิดลื่น ทำให้เด็กที่อุ้มอยู่หลุดจากมือ ตกลงไปในคลอง ก่อนที่ตนจะรีบพายเรือออกจากจุดเกิดเหตุกลับบ้าน
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดเรือพลาสติกสีส้มและไม้พายจากบ้านของนายเหน่ง เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บร่องรอยดีเอ็นเอและลายนิ้วมือบริเวณเรือและไม้พาย เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายเหน่ง โดยมีการสวมใส่เสื้อชูชีพสีส้ม ให้กับนาย เหน่ง ควบคุมตัวออกจากห้องสืบสวนเพื่อนำไปชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมกับนำเรือที่นายเหน่งใช้พายเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพนำชี้จุดเกิดเหตุด้วย
โดยเริ่มจากบริเวณบ้าน ของนายเหน่ง นำชี้ว่าพายเรือออกมาจากบ้าน จากนั้นไปยังบ้านที่เกิดเหตุซึ่งห่างไปประมาณ 180 เมตร นายเหน่ง ได้พายเข้าไป ที่บริเวณหน้าบ้านที่ติดกับคลองบ้านเลน จากนั้นนายเหน่งได้ปีนขึ้นเข้าไปภายในบ้าน
มีแม่ของเด็กปรี่จะเข้าไปทำร้ายนายเหน่ง ไม่พอใจนายเหน่ง ต่อว่าด่าทอนายเหน่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอความร่วมมือ ให้ออกห่างจากจุดที่ทำแผน เพื่อให้ทำแผนทำได้สะดวก จากนั้นนายเหน่งนำชี้ จุดที่เข้าไปอุ้มเด็กออกมาจากมุ้ง จุดที่ลื่นจุดที่จอดเรือ ก่อนที่จะรีบคุมตัวออกมาไปควบคุมตัวที่ สภ.บางปะอิน
โดย นายเหน่ง ยอมพูดคุยกับผู้ สื่อข่าว เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่า ตนเองมีความรักเด็ก แต่ยายของเด็กไม่ชอบตน จึงต้องแอบไปหากลางคืน ไปหาเด็ก เข้าไปอุ้มเด็กออกมาจากมุ้ง เพื่อจะออกมาเล่น จังหวะนั้นเด็กร้องและได้ยินเสียงคนตื่น ตกใจทำให้ลื่นเด็กจึงหลุดจากมือ ตกไปในคลองพยายามหาแล้วมันมืด น้ำลึกมากหาไม่เจอ จึงรีบพายเรือหนีออกมา
ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเด็กรักเด็ก ขอโทษแม่เด็กและยายของเด็กหลังเกิดเหตุไม่ได้หนีไปไหน ไม่กล้ายอมรับกลัวความผิด ถูกตำรวจซักถามหลายครั้งจนยอมรับ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุจริงๆไม่ไดโกรธแค้นแม่ของเด็กหรือยายของเด็ก
พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผกก.สอบสวน สภ.บางปะอิน เปิดเผยว่าภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้สอบสวนพยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ภาพจากกล้องวงจรปิด และการสืบสวนเชื่อว่านายเหน่ง มีความต้องสงสัยหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับคำให้การ จึงได้ไปนำตัวนายเหน่งมาสอบสวนพร้อมทั้งตรวจหาสารเสพติด พบมีสารเสพติด จนยอมรับสารภาพว่าได้ทำเด็กตกจากเรือ จมน้ำเสียชีวิต
นายเหน่งมีบ้านพักอาศัยใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุพายเรือ คบหากับแม่ของเด็กของอยู่ แต่ยายของเด็กไม่ชอบนายเหน่ง จึงห้ามคบหากัน แอบไปหาแม่เด็ก และชอบเล่นกับเด็ก จึงแอบไปหาตอนดึกพายเรือไปหาเพราะบ้านถูกน้ำท่วม เข้าไปในบ้านยามวิกาลเอาเด็กออกมาอุ้มเล่น และจะเอาเด็กกลับไปที่บ้าน เกิดลื่นทำให้เด็กตกลงไปในน้ำ พยายามหาเด็กแล้วแต่มืดทำให้หาไม่เจอ และคนในบ้านตื่นมาแล้วโวยวาย กลัวความผิดจึงพายเรือหนีกลับไปที่บ้าน
นายเหน่งเคย เข้าออกที่บ้านหลังเกิดเหตุเพราะคบหากับแม่ของเด็ก เคยมาเล่นกับเด็ก ซื้อของเล่นมาให้เด็ก มีความรักเด้กจากคำให้การของคนในครอบครัว ส่วนยายของเด็กไม่ชอบนายเหน่ง ส่วนประเด็นเรื่องมุเงมีรอบฉีกขาด นายเหน่งบอกว่าไม่ได้กรีดมุ้ง อาจจะจะเกิดฉีกขาดช่วงที่เข้าไปอุ้มออกมา ส่วนชะแลงกับของเด็กเล่น เป็นของนายเหน่งที่นำไปด้วย แต่ไม่ได้ใช้ในการก่อเหตุอะไร ภายหลังเกิดเหตุเกรงว่าตำรวจติดตามถึงตัวเองจึงย้อนกลับมาอีกวันนำเอาออกไป
คำให้การของนายเหน่งทุกขั้นตอนเมื่อเราได้รับทราบมาไปพิสูจน์ทราบแล้วไม่ตรงกับให้คำให้การ จึงนำไปสู่การนำตัวมาสอบสวนซ้ำอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับนายเหน่งในข้อหา “บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ,พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันควร, และกระทำโดยประมาทเป็นเหตุผู้อื่นถึงแก่ความตาย


