ผู้ประกอบการบุรีรัมย์ ซัดลดราคา E20 – B20 ไม่ช่วยอะไร ถ้า ‘ดีเซล’ ยังลิตรละเกือบ 45 บาท ฝากแก้ปัญหาให้ถูกจุด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ใช้ดีเซลทำงาน
28 ต.ค. 69 – นายมานะ หาญสุวรรณ อายุ 46 ปี ผู้ประกอบการรับจ้างถมดินและเกี่ยวข้าว จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพอย่างหนัก เพราะน้ำมันดีเซล B7 เป็นต้นทุนสำคัญของเครื่องจักรและรถที่ใช้ทำงาน
รถเกี่ยวข้าวหนึ่งคันต้องเติมน้ำมันครั้งละประมาณ 70 ลิตร บางวันต้องเติม 2 ครั้ง รวม 140 ลิตร ส่วนรถกระบะที่ใช้ขนน้ำมันต้องซื้อครั้งละประมาณ 470 ลิตร ทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงสูงมาก เมื่อราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นไปเกือบ 45 บาทต่อลิตร ต้นทุนการทำงานจึงเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปัญหาสำคัญคือ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้นแต่ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นค่าจ้างได้ตามต้นทุนจริง เพราะชาวนาเองก็เดือดร้อน หากขึ้นราคาเกี่ยวข้าว ชาวนาต้องแบกรับภาระเพิ่มอีก สุดท้ายผู้ประกอบการจึงต้องรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นเอง จนแทบไม่เหลือกำไร
ส่วนการปรับลดราคาน้ำมัน E20 กับ B20 ของรัฐบาลนั้น ไม่ตอบโจทย์กับผู้ประกอบการบางกลุ่ม เพราะน้ำมันดีเซลต่างหากที่จำเป็นต่อการทำงานของรถเกี่ยวข้าว รถบรรทุก รถแบ็กโฮ ตลอดจนการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน แต่กลับยังมีราคาสูง
“อยากฝากรัฐบาลให้ช่วยลดราคาน้ำมันให้ตรงจุด คนทำงานรับจ้างอย่างพวกผมใช้ดีเซลเป็นหลัก พอราคาสูงขึ้น ต้นทุนก็เพิ่ม แต่จะขึ้นค่าจ้างก็สงสารชาวบ้านที่ต้องจ่ายแพงขึ้นอีก อยากให้รัฐบาลมองถึงคนที่ใช้น้ำมันในการทำมาหากินจริง ๆ ไม่ใช่ลดราคาน้ำมันบางชนิด แต่ดีเซลที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพและชีวิตประจำวันยังแพงเหมือนเดิม”