กราดยิงถล่มบ้าน ‘ชายปอ’ ครั้งที่ 4 ในรอบ 2 ปี พี่ชาย “มืด รัษฎา” เชื่อปมท้าทาย 2 ผู้มีอิทธิพล เผยของดี พุทธคุณเหรียญพระเกจิดังแคล้วคลาด โดนยิงถล่มบ้านมาแล้ว 4 รอบ
ข่าวคืบหน้าจากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงถล่มบ้านพักและร้านค้าของ นายธนากร เขตตะเคียน หรือ “ชายปอ” อายุ 45 ปี พื้นที่หมู่ 4 ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง ช่วงกลางดึกต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 30 ต.ค. 2569 พบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 5 ปลอก และกระสุนระเบิดเอ็ม 79 ขนาด 40 มม. ที่ไม่ทำงาน 2 ลูก โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า นายธนากร เป็นพี่ชายของ นายจิระวุธ เขตตะเคียน หรือ “มืด รัษฎา” ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดข้ามแดน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 30 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่าร้านค้าที่เกิดเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงถล่มบ้านพักและร้านค้าของ นายธนากร หรือ “ชายปอ” อายุ 45 ปี พี่ชาย “มืด รัษฎา” เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนร้ายยังใช้ กระสุนระเบิดเอ็ม 79 ขนาด 40 มม. แต่กระสุนที่ไม่ทำงานทั้ง 2 ลูก
โดยวันนี้ร้านค้าดังกล่าวยังเปิดตามปกติ บริเวณข้างบ้านมีร่องรอยกระสุนหลายแห่ง อีกทั้งพบจุดที่กระสุนระเบิดเอ็ม 79 ตกอยู่ข้างห้องนอนของลูกสาวเจ้าของร้าน แต่ระเบิดไม่ทำงาน จึงไม่มีใครบาดเจ็บได้รับอันตราย ขณะที่บรรยากาศในร้านวันนี้มีลูกค้าแวะมาซื้อของประปราย ซึ่งมีพ่อ และญาติมานั่งเฝ้าร้านเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
ต่อมาเวลา 13.00 น.ที่ สภ.รัษฎา นายธนากร พร้อมภรรยา เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยเจ้าตัว เผยว่า ตนเปิดร้านขายของจนถึงช่วงดึกทุกวัน คืนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. มีรถยนต์เก๋งฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ขับมาจอดหน้าบ้าน ขณะนั้นตนยืนอยู่ข้างร้านและคิดว่าเป็นลูกค้า ก่อนลดกระจกฝั่งที่นั่งข้างคนขับแล้วมีการใช้เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 และอาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิงออกมาจากรถทันที
จังหวะนั้นตนจึงชักอาวุธปืนที่พกสั้น ขนาด 9 มม.มีทะเบียนอนุญาต ที่พกติดตัวยิงตอบโต้ป้องกันตัว ขณะที่ผู้ก่อเหตุซึ่งนั่งอยู่ด้านเบาะหลังใช้ปืนชนิดลูกโม่ไม่ทราบขนาด ยิงเบิกทางอีกประมาณ 5-6 นัด ก่อนขับรถหลบหนี
ส่วนลูกค้าที่นั่งอยู่หน้าร้านต่างวิ่งหนีห่ากระสุนไปหลบหลังบ้าน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ปกติที่ร้านมีกล้องวงจรปิดแต่เกิดเสียช่วงฝนตกหนัก ฟ้าร้อง จึงไม่มีหลักฐานกลุ่มคนร้าย วอนตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุให้สังคมสิ้นสงสัย สงสารคนในครอบครัวหวาดผวา ลูกค้าลดลง แต่จำเป็นต้องเปิดร้านเลี้ยงชีพ ตนเปิดร้านอยู่กับที่ มีอาชีพค้าขายอาชีพเดียว ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว และพ่อแม่
นายธนากร กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าสาเหตุเกี่ยวพันความขัดแย้งจาก นายจิระวุธ หรือ มืด รัษฎา น้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกัน ตนยืนยันพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด เชื่อสาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งที่น้องชายโพสต์ข้อความท้าทายผู้กว้างขวางใน จ.ตรัง แต่ตนไม่เชื่อว่าผู้ใหญ่คนระดับนี้ที่ถูกพาดพิงในโพสต์จะเกี่ยวข้องกับการยิงบ้านของตน
และข้อสันนิษฐานของตนอาจมีกลุ่มอื่นที่ขัดแย้งกับน้องชายสวมรอย ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ตร.เพื่อให้สังคมสิ้นสงสัย รอบนี้เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 2 ปีที่บ้านถูกยิง ตนเชื่อว่าทุกครั้งมาจากปัญหาของน้องชาย แต่ความเป็นพี่น้องเกิดตามหลังกันมาตัดไม่ขาด
ส่วนเรื่องทางเดินของน้องชายที่เลือกถวายตัวไปอยู่ตรงนั้นผมขอตัดขาด ที่ผ่านมาตนไม่ได้ติดต่อกับน้องชายเป็นประจำ แม้บางครั้งน้องชายจะติดต่อมาเตือนก่อนเกิดปัญหา ยอมรับว่าตนเคยเดินผิดทางมาก่อน ไม่ใช่พ่อพระ ไม่ใช่คนดีเต็มร้อย แต่ปัจจุบันพยายามใช้ชีวิตสุจริต จึงอยากขอโอกาสจากสังคมและพร้อมพิสูจน์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติด
นายธนากร ยังกล่าวถึงความเชื่อส่วนตัวว่า การรอดพ้นจากเหตุร้ายทั้ง 4 ครั้งเป็นเพราะพุทธคุณของพระที่เคารพศรัทธา ได้แก่ หลวงพ่อเอียด วัดทุ่งหิดผุด พ่อท่านปลอด วัดเขาวิเศษ และพ่อท่านขาว วัดทอนเหรียญ โดยช่วงค่ำก่อนเกิดเหตุรู้สึกเอะใจ จึงนำพระทั้ง 3 รูปมาห้อยติดตัว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนในครอบครัวอย่างหนัก ทุกคนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง
ขณะที่ลูกค้ามาซื้อของลดลง แต่ยังจำเป็นต้องเปิดร้านต่อไปเพราะเป็นอาชีพเดียว จึงขอให้ผู้ที่มีปัญหากับน้องชายไปสะสางกันเอง อย่าดึงครอบครัวของตนเข้าไปเกี่ยวข้อง พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายและสังคมสิ้นสงสัย เพราะทุกวันนี้ถูกสังคมตราหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันนี้ “มืด รัษฎา” ยังลงคลิปผ่านทางโซดชัยบในลักษณะพูดจาท้าทายกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ 2 ราย และมีการประกาศท้าดวล โดยมีชาวเน็ตโผล่เข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก ในขณะที่แนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ตร.ได้ลงพื้นที่แกะรอยภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง และติดตามรถคันก่อเหตุ พร้อมเรียกผู้เสียหาย และเชิญพยานมาให้ปากคำเพื่อหาเบาะแสกลุ่มคนร้าย และชนวนการก่อเหตุในครั้งนี้

