สบอ.2 (ศรีราชา) สนธิกำลังระดมทีมสัตวแพทย์ เข้าช่วยเหลือลูกช้างป่า เจอเดินวนเวียนเฝ้าซากแม่ล้มในสวนยางไม่ห่าง เจอมีบ่วงดักสัตว์ติดอยู่ที่ขาหน้าซ้าย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 พ.ย.2569 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ร่วมกับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น ทหารพรานชุดปฏิบัติการคลองครก (ทพ.1306) ผู้นำชุมชน เข้าตรวจสอบเหตุแม่ช้างป่าล้มลงบริเวณสวนยางพารา หมู่ 6 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี โดยพบลูกช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 1 ปี เดินเฝ้าซากแม่ช้างอย่างใกล้ชิด จากการสังเกตพบมีบ่วงติดอยู่ที่บริเวณขาหน้าด้านซ้าย เจ้าหน้าที่จึงประสานทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

นายพิทักษ์ ยิ่งยง ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ เปิดเผยว่า ภารกิจสำคัญที่สุดขณะนี้คือการเร่งเข้าช่วยเหลือลูกช้างป่า ซึ่งจากการสังเกตพบว่ามีบ่วงติดอยู่บริเวณขาหน้าด้านซ้าย แต่โชคดีที่บ่วงดังกล่าวยังไม่ได้รัดแน่นจนเกิดอันตรายร้ายแรง ได้สั่งการให้สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เร่งปลดบ่วง และชันสูตรซากแม่ช้างป่าเพื่อหาสาเหตุการล้มที่แท้จริง รวมทั้งประเมินสภาพร่างกายลูกช้างอย่างละเอียด”

จากการตรวจสอบสภาพแวดล้อมและร่างกายของลูกช้างป่าเบื้องต้น พบว่าเป็นลูกช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 1 ปี ร่างกาย อยู่ในเกณฑ์ดีที่ระดับ 4 ซึ่งมีความสมบูรณ์ของร่างกายได้เหมาะสมตามวัย นอกจากนี้จากการตรวจกองมูลของลูกช้างพบว่ามีเศษเยื่อใยกล้วยป่าและหญ้าเป็นส่วนใหญ่ แสดงให้เห็นว่าลูกช้างเริ่มเรียนรู้การหย่านมและสามารถกินพืชอาหารธรรมชาติได้เป็นอย่างดีแล้ว

สำหรับกรณีบ่วงที่ติดบริเวณขาหน้าด้านซ้าย ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าติดอยู่หลวมๆ ไม่ได้รัดแน่นจนเกิดอันตรายรุนแรง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุด เนื่องจากลูกช้างยังคงเดินเฝ้าซากแม่ช้างอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดหรืออันตรายแก่ตัวสัตว์ สำหรับประเด็นการเสียชีวิตของแม่ช้างป่าและอายุที่แท้จริง

รวมถึงสาเหตุว่าเกิดจากธรรมชาติหรือการกระทำของมนุษย์ หรือ การติดบ่วงดักสัตว์ ทีมสัตวแพทย์จะต้องรอผลการผ่าพิสูจน์ซากอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบว่าเกิดจากการกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนแกะรอยหาตัวผู้กระทำความผิดเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

” ทั้งนี้ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ได้จัดเตรียมพื้นที่รองรับที่มีความพร้อมและปลอดภัยสำหรับการเลี้ยงดูอนุบาลลูกช้างป่าไว้เรียบร้อยแล้ว โดยทันทีที่ทีมสัตวแพทย์เข้าถึงพื้นที่ จะดำเนินการปลดบ่วงที่ขาหน้าด้านซ้ายออกอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งทำการผ่าพิสูจน์ซากแม่ช้างป่าเพื่อหาสาเหตุการล้ม และประเมินสภาพร่างกายของลูกช้างอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนเคลื่อนย้ายเข้าสู่กระบวนการอนุบาลและดูแลฟื้นฟูสุขภาพในพื้นที่ที่เหมาะสมตามหลักวิชาการต่อไป “

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน