“รมว.สุชาติ” ลั่น! ปราบให้สิ้นซาก สั่งวางแผนสกัดขบวนการขนไม้พะยูง รวบ 2 รถบรรทุก ผู้ต้องหา 2 รายกลางมุกดาหาร เร่งขยายผลล่านายทุน
2 พฤศจิกายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้
กรณีได้รับสายข่าวแจ้งเบาะแสการลักลอบขนย้ายไม้พะยูงผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังเข้าสกัดจับกุม พร้อมกำชับให้ขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ และดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

จากการสนธิกำลังของชุดปฏิบัติการพิเศษ ศปป.2 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 กองป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) สภ.เมืองมุกดาหาร สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร
เข้าตรวจสอบและตรวจยึดไม้ต้องสงสัยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร จำนวน 2 จุด ได้แก่ บริเวณโกดังด้านหน้า หจก.มติชนการโยธา ถนนเลี่ยงเมืองสาย 3019 ตำบลบางทรายใหญ่ และบริเวณหน้าร้านปะยางไม่มีชื่อ ถนนสาย 3019 ตำบลมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดรถบรรทุกที่ใช้ขนย้ายไม้ต้องสงสัยได้จำนวน 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 2 ราย โดยไม้ของกลางเบื้องต้นคาดว่าเป็นไม้พะยูงทั้งหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจนับจำนวนและวัดปริมาตรไม้ที่แน่นอน เพื่อจัดทำบันทึกการตรวจยึดและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ขนย้ายไม้ให้ข้อมูลว่าไม้ดังกล่าวถูกขนมาจากพื้นที่อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขอหมายศาลเข้าตรวจค้นแหล่งรวบรวมไม้ต้องสงสัย เพื่อขยายผลตรวจสอบที่มา เส้นทางการลำเลียง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการดังกล่าว

นายสุชาติ เน้นย้ำว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้และค้าไม้มีค่าอย่างจริงจัง โดยกำชับทุกหน่วยงานให้บูรณาการทำงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด เร่งขยายผลไปถึงผู้สั่งการ นายทุน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่เพียงจับกุมผู้ขนส่งเท่านั้น พร้อมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ขบวนการเหล่านี้กลับมาสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ของประเทศอีก