น้องชายคาใจ พี่สาววัย 44 ปี ปวดหลัง หมอโรงพยาบาลดัง ไม่เอะใจ ส่งไปทำกายภาพ ก่อนอาการทรุดและเสียชีวิต ครอบครัวเปิดใจไม่ต้องการร้องเรียน แค่หวังคำขอโทษที่จริงใจ

หลังจากได้มีผู้ใช้ เฟซบุ๊ก ได้แชร์เรื่องราว การพาพี่สาว ที่มีอาการปวดหลัง เข้าไปรับการรักษา ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ถึง 3 ครั้งในระยะเวลาเพียง 10 วัน และสุดท้าย พี่สาวก็เสียชีวิตลง ทั้งที่ไม่มีสัญญาณเตือนมาก่อน

วันที่ 3 พ.ย.2569 นายนที อายุ 25 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า พี่สาว อายุ 44 ปี มีอาการปวดหลัง ด้านขวาล่าง จึงได้เดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ในจังหวัดกาญจนบุรี โดยครั้งแรกหมอได้ทำการเอกซเรย์ ตรวจหลังที่ปวด ก่อนจะพบว่ากระดูกหลังมีอาการคด จึงได้สั่งยาแก้ปวดให้ และนัดให้กลับมาพบหมออีกครั้งในวันที่ 2 ธ.ค.ที่จะถึง

หลังกลับจากโรงพยาบาลไม่กี่วัน พี่สาวของตน เกิดลื่นล้มในห้องน้ำ ทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงขึ้น ที่บริเวณหลังที่เจ็บอยู่แล้ว แต่ยังพอเดินได้โดยการใช้ไม้เท้า และหลังจากพี่สาวล้ม ตนจึงได้เลื่อนพาพี่ไปพบหมอ ก่อนถึงวันนัดจริง โดยวันที่ไป พี่สาวเริ่มมีอาการซึม ขาอ่อนแรง ไม่สามารถเดินเองได้ ต้องใช้รถเข็นพาเข้าไปพบหมอ

เมื่อหมอรู้สาเหตุว่าพี่ล้ม ทำให้เจ็บหนักกว่าเดิม จึงได้โทรหาอาจารย์หมออีกคนหนึ่ง ก่อนจะได้มีการสั่งยาแก้ปวดชนิดแรง ให้กลับมาทานที่บ้านเหมือนเดิม โดยไม่ได้มีการฉีดยาแก้ปวด หรือดำเนินการอื่นใด ซึ่งตั้งแต่ครั้งแรกจนมาถึงครั้งที่ 2 ที่พี่สาวของตนมาหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งนี้ อาการปวดก็ไม่ได้ทุเลาลงแต่อย่างใด

โดยทางหมอที่เป็นผู้ตรวจ ก็ยังยืนยันว่าอาการดังกล่าว น่าจะมาจากเรื่องของกระดูกคด ที่เกิดขึ้นตามอายุ ประกอบกับพี่สาวของตนเป็นคนน้ำหนักตัวมาก จึงทำให้เกิดอาการปวด พร้อมนัดให้มาพบหมออีกครั้งในอีก 2 อาทิตย์ ซึ่งในครั้งที่ 2 นี้ตนเองก็รู้สึกว่า เมื่อมาหาหมอถึง 2 ครั้งแล้ว แต่อาการปวดยังไม่ลดลง ทางหมอควรที่จะทำการตรวจอย่างอื่น เพื่อหาสาเหตุมากกว่านี้

ภายหลังกลับจากโรงพยาบาลครั้งที่ 2 พี่สาวของตนอาการเริ่มแย่ลง แขนขวาและขวาขวาเริ่มอ่อนแรง ไม่สามารถทานอาหารเองได้ ต้องใช้ไม้เท้าแบบ 4 ขาช่วยในการเดิน ก่อนที่พี่สาวจะลื่นล้มในห้องน้ำอีก 2 ครั้ง และตนได้รีบพาไปหาหมอภายในอำเภอ ก่อนที่ทางหมอจะได้ทำการฉีดยาแก้ปวดให้

จากนั้นพี่สาวของตนเริ่มอาการทรุดหนักลง มีอาการเบลอ นอนหงายไม่ได้ ต้องคอยพลิกตะแคงตัว เพื่อลดอาการปวดอยู่ตลอดเวลา จึงตัดสินใจพาพี่สาว มาหาหมอที่โรงพยาบาลในจังหวัดอีกครั้ง

และเมื่อมาถึงโรงพยาบาล จะเข้าห้องฉุกเฉิน แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้า และบอกให้พาตัวไปที่แผนกกระดูกแทน เพื่อให้ทำการเอกซเรย์ ตรวจบริเวณหลังที่ปวดอีกครั้ง หลังเอกซเรย์เรียบร้อย คุณหมอที่เป็นคนตรวจ ก็ได้เดินเข้ามาพูดคุยสอบถามถึงอาการ ก่อนจะบอกให้รอพบอาจารย์หมอในช่วงเย็น

ซึ่งเมื่อถึงช่วงเย็นที่อาจารย์หมอเข้าตรวจคนไข้ ได้เข้ามาพูดคุยกับพี่สาวของตน และบอกว่า อาการที่เกิดขึ้น เป็นเพราะพี่สาวของตนมีน้ำหนักตัวมาก หมอแนะนำให้ทำการตัดกระเพาะอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก และพูดคุยถึงแต่เรื่องค่าใช้จ่าย โดยไม่ได้มีการใส่ใจ ถึงอาการปวดที่พี่สาวของตนกำลังเผชิญอยู่ ก่อนที่อาจารย์หมอ จะส่งพี่สาวของตนไปที่ห้องกายภาพอีกครั้ง เพื่อจะให้ใส่เสื้อเกราะ และนัดทำกายภาพ

แต่เมื่อไปถึงห้องกายภาพ เจ้าหน้าที่ประจำห้องกายภาพ สังเกตเห็นว่าพี่สาวของตนอาการเริ่มไม่ดี หน้าซีด ตาลอย และนอนดิ้นไปมา จึงรีบเรียกเจ้าหน้าที่จากห้องฉุกเฉิน มารับตัวกลับไปห้องฉุกเฉิน ซึ่งเมื่อกลับมาถึงห้องฉุกเฉิน อาการของพี่สาวถูกประเมินว่า อยู่ในสภาวะวิกฤตขั้นสีแดง ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ก่อนที่สุดท้ายพี่สาวของตนจะเสียชีวิต

หลังพี่สาวเสียชีวิต ทางครอบครัวได้นำร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา และนำกระดูกไปลอยอังคาร ก่อนจะนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เพื่อหวังแชร์เรื่องราว ให้กับผู้อื่นได้รับทราบ และได้รู้ว่าชีวิตของคนเราไม่แน่นอน อย่างพี่สาวของตนก่อนหน้านี้ยังเป็นคนปกติ ก่อนจะเริ่ม เกิดอาการปวดหลังและมาพบหมอ ในช่วงเวลาเพียง 10 วัน เดินทางมาพบหมอถึง 3 ครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องมาเสียชีวิตลงไป โดยไม่มีแนวโน้มมาก่อน

นายนที ยังได้กล่าวอีกว่า ที่ตนนำเรื่องราวมาโพสต์ ไม่ได้มีเจตนาที่จะโจมตี การปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะตนก็เคยมารักษาที่โรงพยาบาลนี้ และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เพียงแต่ในกรณีของพี่สาวของตน ที่มีอาการปวดหลัง แล้วมาพบแพทย์ก่อนจะกลับบ้านไปและเกิดลื่นล้มในห้องน้ำ จนอาการทรุดลง และต้องมาหาหมออีกถึงสองครั้งจนเสียชีวิต

เรื่องที่ตนรู้สึกติดใจมากที่สุด คือลักษณะของอาจารย์หมอ ที่ใช้คำพูดไม่ดีกับพี่สาวของตน ในขณะที่พี่สาวของตนอาการ เริ่มไม่สู้ดี แทนที่จะทำการหาทางรักษา บรรเทาอาการเจ็บปวด กลับส่งตัวพี่สาวของตนไปทำกายภาพ ซึ่งแม้แต่เจ้าหน้าที่ประจำห้องกายภาพ ยังเห็นว่าพี่สาวของตนอาการไม่ดี จนรีบส่งตัวกลับมาห้องฉุกเฉิน ก่อนที่พี่สาวของตนจะเสียชีวิตลง

หลังเกิดเรื่อง ทางครอบครัวยังไม่เคยได้รับคำขอโทษจากอาจารย์หมอคนนี้แต่อย่างไร ทุกวันนี้ ทางครอบครัวก็ไม่ได้มีความคิดที่จะฟ้องร้องโรงพยาบาล เพียงแต่อยากให้ อาจารย์หมอคนนี้ออกมารับผิดชอบ และกล่าวคำขอโทษ ต่อการจากไปของพี่สาวของตน เพราะตนรู้สึกว่าพี่สาวของตนต้องมาเสียชีวิตไป โดยที่ไม่ได้รับการพยายามดูแลรักษาอย่างที่ควรจะเป็น แม้แต่จะให้พี่ของตน หายปวดลงเล็กน้อยก่อนจะจากไปก็ไม่สามารถทำได้

ล่าสุด นายนทีพร้อมด้วยหลานชาย ซึ่งเป็นลูกของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายื่นเรื่องขอรับเงินเยียวยา ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ของทาง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีให้การ ดูแลและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน ทางผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไปยังโรงพยาบาลดังกล่าว ซึ่งทางโรงพยาบาลยืนยันว่า รับทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังแผนกต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และจะมีการติดต่อไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตอีกครั้ง เพื่อชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน