วางบึ้มถล่มฉก.นราธิวาส ขณะลาดตระเวน พ.จ.อ.หัวหน้าชุดบาดเจ็บ คนร้ายวางระเบิดถังแก๊สหนัก 20 ก.ก.ไว้เกาะกลางถนน รองผบ.ตร.”ศรีวราห์”นำสำนวนคดีระเบิด-วางเพลิง 7 จังหวัดภาคใต้ส่งศาลมทบ.43 ทุ่งสง ฟ้อง “อับดุลกอเดร์ สาเล๊ะ” แม้ผู้ต้องหายังปฏิเสธแต่มั่นใจในพยานหลักฐาน ยังเหลือที่ยังหลบหนีอีก 10 คน กำลังเร่งล่าตัวโดยทั้งหมดกบดานอยู่ในประเทศ

เมื่อเวลา 07.45 น.วันที่ 17 พ.ย. ร.ต.อ.ไพบูลย์ เกื้อดำ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหารทหาร ฉก.นราธิวาส 32 ชุดลาดตระเวนเส้นทางคุ้มครองครู บนถนนเพชรเกษม สายปัตตานี-นราธิวาส ช่วงบ้านอีโย๊ะ ม.5 ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เนติธร วัตตธรรม นักวิทยาศาสตร์ สบ.4 กองพิสูจน์หลักฐาน นราธิวาส ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รองหน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.นราธิวาส และกำลังตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุบริเวณโคนต้นไม้ข้างเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนน พบเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องในถังแก๊สปิคนิค หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารเกลื่อนถนนในรัศมี 20 เมตร เจ้าหน้าที่ผู้บาดเจ็บ คือ พ.จ.อ.ธีระพงศ์ มากเรน หน.ชุด ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัว แขน และขา เพื่อนทหารนำส่งร.พ.บาเจาะ แพทย์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งต่อที่ไปยัง ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พ.จ.อ. ธีระพงศ์ หัวหน้าชุด นำกำลังพลรวม 6 นาย ออกปฏิบัติหน้าที่โดยใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันเป็นพาหนะ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ลอบวางไว้โคนต้นไม้ข้างเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนนหวังทำร้าย เจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้พ.จ.อ.ธีระพงศ์บาดเจ็บ ดังกล่าว ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นๆปลอดภัย

วันเดียวกันที่บก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พร้อมด้วยนายขจรเกียรติ รักพานิช รองผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.ที่ 41 แถลงผลการระดมปิดล้อมตรวจค้นตามแผนยุทธการ ?นครปลอดภัย? ช่วงวันที่ 10-16 พ.ย. สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้ 49 กระบอก กระสุนชนิดต่างๆ 624 นัด ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 174 คน ได้ของกลางยาบ้า 2,081 เม็ด, ไอซ์ 132.88 กรัม, กัญชาแห้ง 3,064.17 กรัม, เฮโรอีน 2.5 กรัม, พืชกระท่อม 163.84 ก.ก., น้ำพืชกระท่อม 34.15 ลิตร และยาแก้ไอ 77 ขวด

พล.ต.อ.ศรีวราห์เปิดเผยว่า อาวุธปืนที่ตรวจยึดมาได้ส่วนใหญ่เป็นปืนที่ผลิตเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าตกใจว่ามีการผลิตปืนขึ้นมาใช้เองเพื่อก่อเหตุก่อคดีต่างๆ เจ้าหน้าที่จะต้องป้องปรามอย่างเข้มงวดต่อไป

รองผบ.ตร.เผยอีกว่า ในส่วนของคดีระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ ช่วงวันที่ 10-12 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ได้ออกหมายจับกุมคนร้าย 12 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 2 คน ซึ่งวันนี้ตนมาเพื่อส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 1222/2559 ลงวันที่ 12 ส.ค.2559 ของสภ.เมืองตรัง ต่อพนักงานอัยการ ศาลมทบ.ที่ 43 ทุ่งสง โดยมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายอับดุลกอเดร์ สาเล๊ะ ผู้ต้องหากับพวก ซึ่งได้ทำผิดฐานร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ที่เป็นโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า, ร่วมกันมีวัตถุระเบิด ซึ่งใช้เฉพาะแต่การสงครามที่ นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือทำสินค้า, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และเป็นอั้งยี่ เหตุเกิดที่ห้างลีมาร์ตซูเปอร์ค้าส่ง จ.ตรัง

รองผบ.ตร.เผยต่อว่า ภาพรวมของคดีระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ มีความคืบหน้าประมาณ 80% ตนยังไม่พอใจอยากให้คืบหน้าถึง 100% ซึ่งจะพยายามดำเนินการต่อไป ส่วนการติดตามคดีนั้นจากนี้จะพุ่งไปที่เหตุระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่ผ่านมามุ่งไปที่ภูเก็ตและตรัง สำหรับผู้บงการยังไม่สามารถเชื่อมโยงถึง เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ยอมเปิดปากและซัดทอด ซึ่งจะต้องพยายามกันต่อไปยังมีเวลาที่จะดำเนินการ

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ศาลมทบ.ที่ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรี ธรรมราช พล.ต.อ.ศรีวราห์ส่งมอบสำนวนการสอบสวน คดีนายอับดุลกอเดร์ สาแล๊ะ ผู้ต้องหา คดีระเบิดและวางเพลิง 7 จังหวัดภาคใต้ ให้พนักงานอัยการ ศาลมทบ.ที่ 43 พิจารณา เนื่องจากวันที่ 18 พ.ย. จะครบกำหนดฝากขังผัดที่ 6 แม้ผู้ต้องหาปฏิเสธแต่พนักงานสอบสวนมั่นใจในพยานหลักฐาน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุระเบิดใน 7 จังหวัดภาคใต้ พบความเชื่อมโยงของวัตถุระเบิด การประกอบระเบิด พฤติการณ์ก่อเหตุมีความคล้ายคลึงกัน เชื่อว่าทั้งหมดเชื่อมโยงเป็นกลุ่มเดียวกัน อย่างไรก็ตามพยานหลักฐานที่มีตอนนี้ไปถึงเพียงระดับปฏิบัติการเท่านั้น ยังไม่ถึงผู้สั่งการ สำหรับคดีระเบิดและวางเพลิง 7 จังหวัดใต้ สามารถออกหมายจับ ผู้ต้องหาได้แล้ว 12 คน รวม 11 คดี จับกุมตัวได้แล้ว 2 คน ส่วนผู้ที่ยังหลบหนีอีก 11 คนนั้น ฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งติดตามตัวซึ่งทั้งหมดยังคงกบดานอยู่ในประเทศ

ทางด้านพล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม มีโอกาสพบและพูดคุยกับดาตุ๊ก เซอรี ปังลีมา ฮีชามุดดิน บิน ตัน ฮุสเซน รมว.กลาโหมมาเลเซีย ในการประชุม รมว.กลาโหมอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ที่สาธารณรัฐประชา ธิปไตยประชาชนลาว โดยทั้งสองฝ่ายได้ย้ำที่จะเดินหน้าขยายผลความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ในการวางรากฐานความมั่นคงชายแดนร่วมกัน ขยายผลจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-มาเลเซีย เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะร่วมยุติการใช้ความรุนแรงด้วยการวางแผนเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุข การแก้ปัญหาบุคคลสองสัญชาติ ปัญหายาเสพติด ปัญหาการค้ามนุษย์ รวมทั้งปัญหาการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติที่เชื่อมโยงกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน