ช่างเอ๋-ภรรยา ดอดพบพนักงานสอบสวนกลางดึก คดีบุกรุกป่ากะทู้ ก่อนครบกำหนดหมายเรียก ชี้ หากขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง เทศบาลต้องแจ้งความเพิ่ม
วันที่ 5 พ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณเทือกเขากมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งมีการเข้าไปดำเนินการก่อสร้างสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืน
ล่าสุด ช่างเอ๋ หรือ นายอภิชาติ พร้อมภรรยา เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ เมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนครบกำหนดหมายเรียก โดยเจ้าตัวให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ขอให้การใด ๆ ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหาตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว

ช่างเอ๋-ภรรยา ดอดพบพนักงานสอบสวนกลางดึก คดีบุกรุกป่ากะทู้ ก่อนครบกำหนดหมายเรียก ชี้ หากขยายผลถึงผู้ว่าจ้าง เทศบาลต้องแจ้งความเพิ่ม
พ.ต.อ.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ ผกก.สภ.กะทู้ ถึงความคืบหน้าทางคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณเทือกเขากมลา ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบการเข้าไปดำเนินการก่อสร้างสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมี ช่างเอ๋ หรือ นายอภิชาติ และพวกรวม 3 คน เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว
พ.ต.อ.เฉลิมชัย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 4 พ.ย. นายอภิชาติ พร้อมภรรยา ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.กะทู้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนครบกำหนดตามหมายเรียกในวันที่ 6 พ.ย.นี้ โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ, พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน
อย่างไรก็ตาม นายอภิชาติ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ประสงค์ให้การใด ๆ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหา หลังจากพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จึงปล่อยตัวกลับไป เช่นเดียวกับคนขับรถแบคโฮอีก 2 ราย ที่ก่อนหน้านี้เข้าพบพนักงานสอบสวนและให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน
ส่วนกรณีที่ นายอภิชาติ ระบุว่า การเข้ามาดำเนินการก่อสร้างสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืน เป็นการทำตามคำบอกกล่าวของ ก๊อต อธิป นั้น ผกก.สภ.กะทู้ กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจดำเนินคดีตามข้อร้องทุกข์ของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
ส่วนประเด็นผู้สั่งการหรือผู้ว่าจ้างจะต้องมีการขยายผลเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จำเป็นต้องให้เทศบาลเมืองกะทู้ ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่ดังกล่าว เข้าแจ้งความเพิ่มเติม เพื่อให้พนักงานสอบสวนมีประเด็นและข้อร้องทุกข์ในการสืบสวนขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน โดยต้องติดตามว่าหลังจากนี้เทศบาลเมืองกะทู้จะเข้าแจ้งความเพิ่มเติมหรือไม่ และจะมีการขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวต่อไปอย่างไร