นายกปรเมศวร์ ทำต่อ ดันเมืองพัทยา สู่เมืองเศรษฐกิจแห่งโอกาส ผ่าน 3 เป้าหมายหลัก 33 นโยบาย เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการลงทุน การแพทย์ เทคโนโลยี และคมนาคมระดับภูมิภาค

5 พ.ย. 69 – นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงแนวทางบริหารเมืองในวาระสมัยที่ 2 ภายใต้วิสัยทัศน์ Better Pattaya เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากลว่า

สำหรับนโยบายการพัฒนาเมืองพัทยา มุ่งขับเคลื่อน 3 เป้าหมายหลัก 33 นโยบาย ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยี ภายใต้แนวทาง ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ เพื่อให้พัทยาเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

“แผนสำคัญคือ การต่อยอดพัทยาจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเลสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจบริการที่หลากหลาย ทั้งเมืองแห่งเทศกาลนานาชาติ (Festival City) เมืองประชุมและนิทรรศการ (MICE City) ศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงกีฬา และจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ และกลุ่มผู้ทำงานทางไกล เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและกระจายรายได้ตลอดปี” นายปรเมศวร์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้กำหนดนโยบายเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจท้องถิ่นของเมืองพัทยา โดยจะพัฒนาย่านนาเกลือ ส่งเสริมวิถีประมงพื้นบ้าน และพัฒนาการท่องเที่ยวเกาะล้านควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หวังกระจายประโยชน์สู่ชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายปรเมศวร์ระบุว่า ปัญหาน้ำท่วม การจราจร ขยะ และน้ำเสียเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการอย่างเป็นระบบ ทั้งพัฒนาระบบระบายน้ำ ปรับปรุงถนนและทางเท้า และเชื่อมโยงการเดินทางให้มีประสิทธิภาพ

ส่วนแผนสิ่งแวดล้อมครอบคลุมการจัดการขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพบำบัดน้ำเสีย ส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนเพิ่มพื้นที่สีเขียวและอนุรักษ์ป่าชายเลนนาเกลือ เพื่อมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำ

“ขณะเดียวกันยังเตรียมใช้เทคโนโลยีภายใต้แนวคิด Smart City และ Pattaya Open Data เพิ่มความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกประชาชน โดยในปี 2569 เมืองพัทยาเปิดเผยร่างแผนปฏิบัติการดิจิทัล 5 ปี จำนวน 34 โครงการ วงเงินตามกรอบแผนประมาณ 1,186 ล้านบาท

พร้อมศึกษาแนวทางใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Digital Twin ช่วยวิเคราะห์และวางแผนด้านการจราจร สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย” นายปรเมศวร์ กล่าว

นอกจากการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ นายปรเมศวร์ ย้ำว่า เมืองพัทยายังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ผ่านบริการสุขภาพเชิงรุก การแพทย์ทางไกล การดูแลผู้สูงอายุ การยกระดับการศึกษาและทักษะดิจิทัลของเยาวชน รวมถึงความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะและการมีส่วนร่วมของชุมชน

“ด้วยทำเลในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พัทยามีโอกาสเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการลงทุน การแพทย์ เทคโนโลยี และคมนาคมระดับภูมิภาค ขณะนี้เริ่มหารือกรอบแผนพัฒนาช่วงปี 2570–2575 เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการบริหารงบประมาณ ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริง โดยไม่เพิ่มภาระต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่” นายปรเมศวร์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน