เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายดุสิต ถานัน วัย 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 ม.15 บ้านชลประทาน ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม พร้อมนำเอกสารหลักฐานเพื่อขอความเป็นธรรม หลังนายพัฒนพงษ์ ถานัน อายุ 36 ปี ลูกชาย ถูกเจ้าหน้าที่ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย อ.เรณูนคร สังกัด มทบ.210 ใช้อาวุธปืนยิงและทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวและต้นสังกัดยังไม่ออกมารับผิดชอบ อีกทั้ง คดียังไม่มีความคืบหน้า
นายดุสิต กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าของวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนไม่อยู่บ้าน ส่วนนายพัฒนพงษ์ได้มีปากเสียงทะเลาะกับหลานสาวของตนอายุ 17 ปี ซึ่งนายพัฒนพงษ์ได้ต่อว่าด้วยความเป็นห่วง จนทั้งคู่เกิดความไม่พอใจกัน นายพัฒนพงษ์จึงคว้ามีดหวังจะทำร้ายหลานสาว แต่คมมีดเฉือนถูกขา ซึ่งตนกลับมาพบจึงได้ต่อว่านายพัฒนพงษ์ หลังเกิดเหตุตนจึงได้หารือกับเพื่อนบ้านและผู้นำชุมชน อยากนำตัวลูกชายคนนี้ไปรักษา เนื่องจากหวั่นเกรงอาจจะคลุ้มคลั่งไปมากกว่านี้ จึงมีคนแนะนำให้เจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยคุมตัวไปรักษาฟื้นฟูที่โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมฯ
นายดุสิต กล่าวต่อว่า หลังจากนายพัฒนพงษ์ก่อเหตุเสร็จอาจจะหวาดกลัวจึงวิ่งหลบหนี ขณะที่ตนนำหลานสาวจะไปล้างแผลที่โรงพยาบาล ทหารจะมาคุมตัวนายพัฒนพงษ์ แต่นายพัฒนพงษ์วิ่งหนีไปทางทุ่งนา เพราะเกรงกลัวความผิดและมีความเครียดอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ทหาร 3 นายได้พยายามเข้าจับกุมตัว แต่นายพัฒนพงษ์พยายามต่อสู้ เจ้าหน้าที่ทหาร 1 ใน 3 นาย จึงชักปืนพกยิงไป 3 นัด กระสุนเข้าที่ขวาขวาของลูกชาย 1 นัดทะลุหลัง ทำให้นายพัฒนพงษ์ล้มลง เจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้ท่อนไม้ไผ่ทุบตีเข้าที่ศีรษะของนายพัฒนพงษ์จนเสียชีวิตทันที ขณะที่ลูกชายตนอีกคนพยายามวิ่งไปช่วยเหลือแต่ไม่ทัน เจ้าหน้าที่ทหารจึงนำตัวนายพัฒนพงษ์ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเรณูนคร แต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว
นายดุสิต กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาโดน และแพทย์เวรโรงพยาบาลเรณูนคร ได้เดินทางมาชันสูตรพลิกศพ พบว่าที่บริเวณขาขวาถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด 1 นัด นอกจากนี้ ที่บริเวณศีรษะยังถูกทุบตีด้วยของแข็งจนยุบ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุจนถึงแก่ความตายดังกล่าว หลังจากลูกชายเสียชีวิต ญาติได้นำศพไปเก็บไว้ในโลงเย็น เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่วัดศรีธนนชัย บ้านนาโดนใหม่ ม.7 ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งตนและญาติได้ปรึกษากันว่า จะไม่ยอมทำพิธีฌาปนกิจศพลูกชาย จนกว่าจะมีหน่วยงานทหารออกมารับผิดชอบ ซึ่งหลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ ที่สภ.นาโดน เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา
“เรื่องผ่านไปนาน 3 สัปดาห์ ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี ทั้งที่เจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้ก่อเหตุ และที่สำคัญยังไม่มีหน่วยงานทหารเข้ามาดูแลเยียวยาช่วยเหลือครอบครัว ญาติจึงต้องเก็บรักษาศพของลูกชายไว้ จนกว่าจะได้ความชัดเจน ซึ่งตนเชื่อว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้ลงมือซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร อาจมีการวิ่งเต้นเกี่ยวกับคดี ตนและญาติพี่น้องเกรงว่าเรื่องจะเงียบหาย จึงต้องเรียกร้องผ่านสื่อเพื่อขอความเป็นธรรมดังกล่าว” พ่อของนายพัฒนพงษ์ กล่าว
นายดุสิต กล่าวด้วยว่า สำหรับนายพัฒนพงษ์ เป็นลูกชายคนโตในจำนวน 3 คน เป็นคนดีเรียนหนังสือเก่ง จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี 2550 และได้เข้าทำงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้เงินเดือนกว่า 20,000 บาท ส่งเงินมาให้พ่อแม่เป็นความหวังของครอบครัว ไม่ดื่มเหล้า บุหรี่ไม่สูบ เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ลูกชายตัดสินใจไปทำงานประเทศฟินแลนด์ แต่ถูกหลอกไปแค่ 3 เดือน จึงถูกส่งกลับ หลังกลับมาอาจเกิดความเครียด เพราะจริงจังกับชีวิต มีอาการซึมเศร้าจนต้องกินยาจิตเวชฯ กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว
“หลังตนไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เรณูนคร เกรงเรื่องจะเงียบ ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ทหารที่เป็นคนลงมือก่อเหตุมาเสนอเงินช่วยเหลือ 1 แสนบาท แต่ตนยืนยันไม่รับ ก่อนนำศพลูกชายแช่เย็นไว้ที่วัดดังกล่าว จนกว่าจะมีคนออกมารับผิดชอบ จึงร้องขอความเป็นธรรมเพื่อให้ดำเนินคดีถึงที่สุด คนทำผิดต้องได้รับผิด ถึงแม้จะเสนอเงินทองได้มากแค่ไหน ก็ไม่คุ้มกับการสูญเสียครั้งนี้ ที่สำคัญคนกระทำเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นมาแสดงความรับผิดชอบเลย” นายดุสิต กล่าวทิ้งท้ายทั้งน้ำตา




