พบพระหล่อสำริดแบบโบราณกว่า 400 องค์ที่วัดเกาะแก้วหนึ่งในนั้นเป็นพระรูปหล่อสำริด ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ก่อนเป็นพระสงฆ์ขนาด 5 นิ้ว คณะศรัทธาสร้างถวายวัดตั้งแต่ปี 2470-2480 คาดว่าจะเป็น 1 เดียวในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่วัดเกาะแก้ว ต.จอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีการเก็บรักษาพระรูปหล่อสำริด ขนาดหน้าตักประมาณ 5 นิ้ว จำนวนมากกว่า 400 องค์ โดยรูปหล่อดังกล่าว มีทั้งพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่พบเห็นได้ยาก เช่น ปางรับผลมะม่วง ปางรับผลสมอ ปางรับน้ำจากพระอินทร์ ปางประทานพระเกษธาตุ รวมทั้งรูปหล่อสำริดพระอรหันต์มหาสาวก 80 รูป โดยแต่ละรูปจะมีการสลักรายละเอียดของพระพุทธรูปแต่ละปาง พระนามของพระอรหันต์ทั้ง 80 รูป รวมทั้งชื่อ และปีพ.ศ.ของผู้ที่สร้างถวายเอาไว้ด้วย จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากการตรวจสอบพระรูปสำริดเบื้องต้นพบว่า พระรูปหล่อสำริดดังกล่าวถูกสร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ.2470-2480 และหนึ่งในจำนวนนั้น มีรูปหล่อสำริดของปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ก่อนเป็นพระสงฆ์ในอากัปกิริยาต่างๆ ขนาดหน้าตัก 5 นิ้วรวมอยู่ด้วย

อาจารย์ขวัญทอง สอนศิริ ผู้ที่ศึกษาเรื่องประวัติความเป็นมา เปิดเผยว่า รูปหล่อสำริดของ ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 นี้ เป็นแบบที่จำลองมาจากงานประติมากรรมรูปหล่อทองแดง ในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่ปัจจุบันประดิษฐาน ณ ฐานชุกชีหลังพระศรีศากยมุนี พระพุทธปฏิมากร ประธานในวิหารวัดสุทัศน์เทพวราราม แต่ในขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว ที่หล่อด้วยสำริดยังไม่ปรากฏว่าพบที่วัดอื่นๆ มาก่อน จึงคาดว่ารูปหล่อสำริดของ ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ที่วัดเกาะแก้ว อาจจะเป็นเพียง 1 เดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ หากไม่นับการสร้างพระเพื่อให้ประชาชนบูชาแล้วที่วัดเกาะแก้ว น่าจะเป็นเพียงวัดเดียวในประเทศไทยอีกเช่นเดียวกันที่รวบรวมพระหล่อสำริดไว้มากที่สุด คือมากกว่า 400 องค์

ด้าน นายกัณธนพงศ์ กัญจนธนะโชติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมทอง เปิดเผยว่า พระหล่อสำริดดังกล่าวเกิดจากแรงศรัทธาของผู้คนที่เดินทางมาค้าขายที่จังหวัดพิษณุโลก ในสมัย “หลวงพ่อแจง” เกจิอาจารย์ชื่อดังเป็นเจ้าอาวาส คาดว่าเมื่อเดินทางมาค้าขายประสบผลสำเร็จ ก็อาจจะมีการนำพระหล่อสำริดดังกล่าวมาถวายวัด ซึ่งก่อนหน้านี้มีมากกว่า 1 พันองค์ ทางวัดจะจัดวางไว้บนมณฑป ให้ประชาชนได้สักการะบูชา แต่ต่อมาพระหล่อสำริดดังกล่าว ก็ถูกลูกหลานของผู้ที่นำมาถวายเอากลับคืนไปบ้างหรือถูกขโมยไปบ้าง จนเหลือเพียงเท่าที่เห็นในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ ตนเองก็อยากจะอนุรักษ์ จัดแสดงพระรูปหล่อสำริดดังกล่าวให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป