เมื่อวันที่ 10 พ.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงกรณีพบศพผู้เสียชีวิตหนึ่งในผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ในพื้นที่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ว่าได้รับรายงานจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ (บก.ภ.จว.นครสวรรค์) ว่าเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.00 น. สภ.ไพศาลี ได้รับแจ้งเหตุพบศพชายไทยนอนเสียชีวิต อยู่บริเวณชายเขาห่างจากถนนสาธารณะบ้านดงเข็ม–เขาข้างฟุบ ประมาณ 100 เมตร ต.นามขอม อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ พนักงานสอบสวน พร้อมแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องจึงรุดไปตรวจสอบ อ่านข่าว : เจอศพคล้ายผู้ต้องหา หนึ่งในแก๊งตำรวจอุ้มรีดชาวบ้าน โดนลวงไปยิงทิ้ง-เผาอำพรางที่นครสวรรค์

ที่เกิดเหตุพบศพชายไทยไม่สวมเสื้อผ้านอนคว่ำหน้าและมีบาดแผลถูกยิงบริเวณด้านหลังและศีรษะ พบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 3 ปลอก ถุงมือ 1 ข้าง และแก้วน้ำ 1 ใบ อยู่ในที่เกิดเหตุ จากการสอบถามบุคคลในพื้นที่ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุและเก็บวัตถุพยานของกลางจากที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเร่งรัดการพิสูจน์ทราบผู้เสียชีวิต จากข้อมูลบุคคลสูญหาย พลัดหลง บุคคลต้องโทษคดีอาญา ประกอบกับการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ต่อมาได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า จากการชันสูตรพลิกศพชายเสียชีวิต ทราบชื่อคือนายประสิทธิ์ อ่องเอี่ยม ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ในคดีปล้นทรัพย์ฯ พื้นที่ของ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนเรื่อยมา จนทราบข้อมูลผู้เสียชีวิตและเส้นทางการหลบหนีในคดีปล้นทรัพย์ฯของผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ อนุมัติหมายค้นบ้านพักของ ร.ต.ท.ละยู สูนน่วม และนายธเนส สาวงษ์ ซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีของซึ่งมีไว้ใช้เป็นความผิดหรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือได้ใช้ หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำผิดอยู่ในบ้าน จากการตรวจค้นพบอาวุธปืน พกสั้น .32 จำนวน 1 กระบอก ตรงกันกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุฆ่านายประสิทธิ์ ซึ่ง นายธเนสฯ เป็นผู้เก็บรักษาไว้

 

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลา 13.00-14.00 น. ร.ต.อ.เฉลิมชัย สุติบุตร และนายประสิทธิ์ อ่องเอี่ยม ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีปล้นทรัพย์ฯ ศาลจังหวัดธัญบุรี ได้หลบหนีเข้ามาภายในพื้นที่ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ เพื่อพบกับ ร.ต.ท.ละยูซึ่งเป็นพ่อตาของร.ต.อ.เฉลิมชัย โดยต้องการให้ช่วยลงมือฆ่าปิดปากนายประสิทธิ์ และได้ลงมือฆ่านายประสิทธิ์ในเขตพื้นที่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ จากนั้น ร.ต.ท.ละยูได้ให้อาวุธพกสั้น .32 ที่ใช้ก่อเหตุ กับนายธเนสเก็บรักษาไว้

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 พ.ค. พนักงานสอบสวน สภ.ไพศาลี ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์อนุมัติออกหมายจับ ร.ต.อ.เฉลิมชัย และร.ต.ท.ละยู ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันควรจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช้เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน

รองโฆษก ตร. กล่าวต่อว่า คดีนี้มีความคืบหน้ามาโดยตลอด ตั้งแต่การสอบสวนรวมรวบพยานหลักฐาน จนศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดและการติดตามจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย ขณะที่การสืบสวน ไล่ล่า ติดตาม จับกุม ผู้ต้องหาที่เหลือ มาดำเนินคดีนั้น ก็มีความคืบหน้าไปมากเช่นกัน โดยหากพบว่าผู้ต้องหาหรือผู้ใดที่เกี่ยวข้องในคดี มีการกระทำความผิดอื่นใดเพิ่มเติมก็จะรวบรวมพยานขออนุมัติศาลออกหมายจับทันที

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีขององค์กรและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหาย สำหรับการเสียชีวิตของผู้ต้องหารายนี้ คงไม่ใช่อุปสรรคในการติดตามจับกุมคนร้ายในคดีปล้นทรัพย์ที่ สภ.คูคต แต่อย่างใด เพราะผู้ต้องหาทั้งหมดมีความผิดตามกฎหมายชัดเจนและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่แล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน