เมื่อวันที่ 10 พ.ค. พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ ทองนาค สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในพระอุโบสถ วัดมหาธาตุวรวิหาร ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองเพชรบุรี แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน
ที่เกิดเหตุพบกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากพระอุโบสถ โดยมีพระ เณร ลูกศิษย์วัด พยายามลุยกลุ่มควันเข้าไปหาต้นเพลิงเพื่อดับไฟอยู่กันอย่างโกลาหล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงให้ออกมาก่อนสำลักควัน ก่อนเข้าตรวจสอบไฟกำลังลุกไหม้อยู่บริเวณแท่นบูชาหน้าองค์พระประธานจึงระดมฉีดน้ำดับไฟ โดยมีนายยุทธ อังกินันทน์ นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี มายืนสั่งการดับเพลิง รวมทั้ง พระเทพสุวรรณโมลี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 ได้ออกมาดูสถานการณ์กระทั่งเวลาผ่านไป 15 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบหลังเพลิงสงบ พบแท่นบูชาพระหน้าองค์พระประธานถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นยังพบปูนปั้นเทวดาซึ่งตั้งอยู่บนช่อฟ้าหลังคาพระวิหาร ซึ่งประดิษฐานหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ ได้ตกลงมาได้รับความเสียหายด้วย พระลูกวัด เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเพลิงไหม้ได้ดับไฟธูปเทียนหลังทำวัตรเย็นตามปกติ คาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
“ก่อนที่จะรู้ว่าเกิดไหม้ในพระอุโบสถ เกิดเหตุปูนปั้นเทวดาซึ่งตั้งอยู่บนช่อฟ้าหลังคาพระวิหาร เกิดตกลงมาได้รับความเสียหาย ลูกศิษย์วัดได้ยินเสียงผิดปกติจึงเดินมาแล้วก็เจอปูนปั้นเทวดาตกมาแตกหักอยู่บนพื้น จากนั้นก็เห็นมีควันไฟสีดำลอยออกมาจากพระอุโบสถถึงได้รู้ว่าเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งชาวบ้านหลายคนเชื่อว่าเป็นลางบอกเหตุ”
สำหรับ วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.เพชรบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างสมัยทวารวดี-สุโขทัย มีอายุราว 800-1,000 ปี โดยประมาณ เป็นวัดที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี ภายในพระวิหารหลวงของวัดประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ วัดมหาธาตุ ด้านหลังพระวิหารหลวง คือพระปรางค์ 5 ยอดตั้งอยู่กลางวิหารคต
ด้านทิศใต้ของพระวิหารหลวง คือพระวิหารน้อย ส่วนที่พระอุโบสถที่เกิดเหตุรูปแบบเป็นโบสถ์มหาอุต มีทางเข้าทางออกด้านหน้าเพียงด้านเดียว ที่หน้าบันประดับด้วยลวดลายปูนปั้นวิจิตรงดงาม ปัจจุบันวัดมหาธาตุวรวิหาร มีพระเทพสุวรรณโมลี (แคล้ว อุตฺตโม) เป็นเจ้าอาวาส

