วันที่ 15 พ.ค. นายอภิชัย จำปานิล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า ได้รับรายงานการเกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภอ คือ ต.ศรีสุข ต.ท่าขอนยาง ต.คันธาราษฏร์ อ.กันทรวิชัย และต.แก่งเลิงจาน อ.เมืองมหาสารคาม แรงลมส่งผลให้ต้นไม้หักโค่น และบ้านเรือนของราษฏรเสียหาย รวมทั้งสิ้น 226 ครัวเรือน โดยเฉพาะที่ ต.ศรีสุข อ.กันทรวิชัย มีบ้านเรือนราษฏรได้รับผลกระทบจากพายุมากที่สุด ถึง 157 หลังคาเรือน ในจำนวนนี้มี 15 หลังคาเรือน ที่ต้องซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากหลังคาหลุดปลิวหายไปทั้งหลัง ไม่สามารถพักอาศัยได้ ทั้งนี้ ได้ประสานเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม ให้ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว
ด้าน นายฉัตรมงคล เหล่าชัย ราษฏรบ้านลาดเจริญ หมู่ 22 ต.ศรีสุข อ.กันทรวิชัย เจ้าของธุรกิจรับจ้างถมดินและรับจ้างเกี่ยวข้าว กล่าวว่า โดมของตนมีขนาดความกว้าง 25 เมตร ยาว 35 เมตร และสูง 6 เมตร ถูกพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำจนพังราบเป็นหน้ากลอง โดยแรงลมได้พัดเสาเหล็ก 8 ต้น เอียงไปจนเหล็กหักงอ และตัวอาคารก็พังถล่มลงมาทั้งหมด ทำให้รถบรรทุก 6 ล้อ และรถยนต์ส่วนตัวเสียหาย รวม 5 คัน มูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 ล้านบาท
ส่วน นางจันทร์เพ็ญ สุวรรณเพ็ง อายุ 60 ปี ราษฏรบ้านนาดี หมู่ 23 ต.ศรีสุข อ.กันทรวิชัย กล่าวว่า บ้านหลังนี้ เพิ่งจะสร้างมาได้ประมาณ 1 เดือน ซึ่งมีการปักเสา 16 ต้น และทำหลังคา แต่ยังไม่ได้เทคาน ขณะเกิดเหตุกำลังจะเข้านอน ซึ่งตอนนั้นตนอยู่บ้านญาติ 2 คน มีพายุลมหมุนพัดมา จากนั้นไฟก็ดับ และฝนก็ได้สาดเข้ามาตรงที่นอน จึงขยับไปยังกลางบ้าน เพียงเสี้ยววินาที บ้านก็พังถล่มลงมาทั้งหลัง โชคดีที่ตนเองและญาติไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด หลังจากที่พายุสงบ ลูกหลานได้มาร้องเรียกตามหา ตนจึงค่อยๆ คลานออกมาซากปรักหักพังของตัวบ้าน จากนี้ต่อไปก็จะให้ช่างมาดูและซ่อมแซมบ้านต่อไป

