เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่โรงเรียนศรีชีวันวิทยา บ้านเจาะกาโป หมู่ที่ 6 ต.ท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต. เดินทางมาเป็นประธานในกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นการกวนอาซูรอในกระทะที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีนายมะซุบรี สะอุโซะ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีชีวันวิทยา นายพงพันธ์ ยมมาศ นายอำเภอรามัน นายเจษฎา จิตรัตน์ ปลัดจังหวัดยะลา พันเอก สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 หัวหน้าส่วนราชการ พี่น้องประชาชนนับหมื่นคน เข้าร่วมกิจกรรม

201611231257173-20041020173133

ทั้งนี้ ในงานยังมีตัวแทนของ พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ “เชื่อหรือไม่” (Ripley’s Thailand) พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของโลก มอบเกียรติบัตรรับรองว่า กระทะที่ใช้กวนอาซูรอในครั้งนี้เป็นกระทะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งแต่มีการจดบันทึกสถิติ โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10.2 เมตร

201611231257172-20041020173133

นายมะซุบรี เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมอาซูรอสัมพันธ์ ประจำปี 2559 มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อรำลึกถึงวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม คือวันอาซูรอซ์ ซึ่งตรงกับวันที่ 10 เดือนมูฮัรรอมปีอิจเราะห์ศักราชของทุกปี เพื่อสร้างแสดงถึงความรักความสมัครสมานสามัคคี ของประชาชนในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อร้อยรวมดวงใจทุกดวงของประชาชนทุกหมู่เหล่าในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมแสดงความรักสมัครสมานสามัคคี รักและอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงของเรา โดยการรวบรวมเครื่องอุปโภคบริโภคมาร่วมกิจกรรมกวนอาซูรอในกระทะใหญ่ที่สุดในโลก แสดงถึงการรวมหัวใจทุกดวงที่มีความรักและอาลัยต่อพระองค์ท่านด้วย

ด้าน นายศุภณัฐ กล่าวว่า ประเพณีกวนอาซูรอ เป็นการจัดกิจกรรมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันนี้เป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์อิสลาม และถือว่าเป็นการรวมร้อยดวงใจที่มีความรัก และอาลัยยิ่งต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการจัดกิจกรรมที่สอดคล้องต้องกันระหว่างวิถีวัฒนธรรม และความรู้สึกร่วมกันของประชาชนในพื้นที่ที่มีต่อบุคคลที่รัก เคารพและศรัทธา ต่อพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเป็นกิจวัตร ที่สอดคล้องกับวิถีศาสนาอิสลามที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาเพื่อประชาชนชาวไทยมาตลอดชีวิต การจัดงานในวันนี้ก็เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักและอาลัยต่อพระองค์ท่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการกวนอาซูรอ เป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของมุสลิม จะจัดขึ้นในช่วงเวลาตรงกับวันที่ 10 เดือนมุฮัรรอม ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีของศาสนาอิสลาม (ประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปี) การกวนข้าวอาซูรอ (ขนมอาซูรอ) ก็เป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำว่า อาซูรอ เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า การผสม การรวมกัน คือการนำสิ่งของที่รับประทานได้หลายสิ่งหลายอย่างมากวนรวมกัน มีทั้งชนิดคาวและหวาน การกวนข้าวอาซูรอจะใช้คนในหมู่บ้านมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อความสามัคคีและสร้างความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันมีผลต่อการอยู่ร่วมกันของสังคมอย่างมีความสุข ก่อนจะแจกจ่ายให้รับประทานกัน เจ้าภาพจะเชิญบุคคลที่นับถือของชุมชนขึ้นมากล่าวขอพร (ดูอา) ก่อน จึงจะแจกให้คนทั่วไปรับประทานกัน

การกวนข้าวอาซูรอเริ่มด้วยการที่เจ้าภาพประกาศเชิญชวนนัดหมายให้ชาวบ้านทราบว่า จะมีการกวนข้าวอาซูรอกันที่ไหน เมื่อใด เมื่อถึงกำหนดนัดหมายชาวบ้านก็จะนำอาหารดิบ เช่น เผือกมัน ฟักทอง มะละกอ กล้วย ข้าวสาร ถั่ว เป็นต้น มารวมเข้าด้วยกันแล้วปอกหั่น ตัดให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จากนั้นนำเครื่องปรุง เช่น ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ผักชี ยี่หร่า เกลือ น้ำตาล กะทิ เป็นต้น มาเป็นเครื่องผสมโดยหั่นตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ เช่นเดียวกัน สำหรับกะทิจะคั้นเฉพาะน้ำมาผสม

วิธีกวน นำกะทะใบใหญ่ตั้งไฟ มีไม้พายสำหรับคนขนมอาซูรอ หลังจากตั้งกะทะบนเตา คั้นน้ำกะทิใส่ลงไป ตำหรือบดเครื่องแกงหยาบๆ ใส่ลงในน้ำกะทิ เมื่อกะทิเดือดใส่อาหารดิบต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว คนด้วยไม้พายจนกระทั่งทุกอย่างเปื่อยยุ่ย กวนต่อไปจนเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อแห้งได้ที่แล้วตักใส่ถาด โรยหน้าด้วยไข่เจียวหั่นบางๆ หรืออาจโรยหน้ากุ้ง เนื้อสมัน ปลาสมัน ผักชี หอมหั่นฝอย แล้วแต่รสนิยมของท้องถิ่น แล้วตัดเป็นชิ้นๆ แจกจ่ายกันรับประทาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน