จากกรณีมี 2 คนร้ายเป็นชายวัยกลางคน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐทำงานที่ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ เข้าไปหลอกเจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่งในตำบลบ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยใช้กลอุบายว่าสามารถเดินเรื่องของบประมาณรัฐจำนวน 8 ล้านบาท เพื่อให้นำไปก่อสร้างโบสถ์ให้แล้วเสร็จ ซึ่งชายคนดังกล่าวนำเอกสารมาให้เจ้าอาวาสเซ็น พร้อมขับรถพาไปยังศาลากลางจังหวัด

ภาพคนร้ายขณะพาเจ้าอาวาสไปเซ็นเอกสาร

จากนั้นนำบัญชีธนาคารของทางวัดไปพิมพ์ตัวเลขปลอมขึ้น เหมือนว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีแล้ว 8 ล้านบาท ทำให้เจ้าอาวาสหลงเชื่อยอมไปเบิกเงินในบัญชีที่ญาติโยมบริจาคทำบุญมาให้เพื่อใช้สำหรับก่อสร้างโบสถ์ 280,000 บาท ให้กับ 2 คนร้าย ตามที่ตกลงไว้ว่าหากได้รับงบประมาณแล้วจะต้องจ่ายค่าดำเนินการให้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าอาวาสที่ตกเป็นเหยื่อก็ได้เข้าแจ้งความ และร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมให้ช่วยเหลือ

คืบหน้าล่าสุด วันที่ 30 พ.ค. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้จัดชุดออกติดตามตัวนายอุดร ศรีพลัง หนึ่งในคนร้าย ที่ถูกศาลออกหมายจับ ในข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” ทั้งได้ประสานตำรวจท้องที่ใกล้เคียงช่วยติดตามตัวในอีกทางหนึ่งด้วย คาดว่าหลังก่อเหตุน่าจะหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว

โดยคนร้ายมีหมายจับมาแล้ว 7 จังหวัด ข้อหา“ฉ้อโกงทรัพย์” ในลักษณะดังกล่าว

จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายอุดร มีหมายจับคดี “ฉ้อโกงทรัพย์” ในลักษณะดังกล่าวมาแล้วในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคอีสาน คือ จ.สุรินทร์ ชัยภูมิ ยโสธร ขอนแก่น นครราชสีมา มุกดาหาร และล่าสุดถูกออกหมายจับที่จ.บุรีรัมย์

ส่วนผู้ต้องหาอีกรายที่ปรากฏในภาพวงจรปิดขณะพาเจ้าอาวาสไปถอนเงินที่ธนาคาร ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับด้วยเช่นกัน คาดว่าจะสามารถจับกุมตัวแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าวได้ในเร็วๆ นี้

ด้าน พ.ต.ท.กัมพล วงษ์สงวน รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบพระสงฆ์จากวัดอื่นมากแจ้งความเพิ่ม เพียงได้รับทราบข้อมูลว่ามีมิจฉาชีพไปก่อเหตุหลอกลวงพระในลักษณะคล้ายกันที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.นางรอง จึงแจ้งเตือนให้วัดอื่นๆ ได้ระมัดระวังหากพบบุคคลต้องสงสัยก็ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อป้องกันถูกหลอกตกเป็นเหยื่อสูญเสียทรัพย์สินซ้ำอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน