จากกรณีนายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี ขับรถเบนซ์ รุ่นซีแอลเค สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนท้ายรถเก๋งฟอร์ด เฟียสต้า จนเกิดไฟไหม้ทำให้นายกฤษณะ ถาวร อายุ 32 ปี และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย สาวนักศึกษาปริญญาโท เพื่อนสาวโดนไฟคลอกเสียชีวิตอนาถ 2 ศพ เหตุเกิดบนถนนพหลโยธิน กม. 53 หมู่ 8 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2559 กระทั่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมถึงการทำงานของตำรวจ จนเปลี่ยนทีมพนักงานสอบสวน จนสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทนายความของครอบครัวผู้เสียชีวิต

ใน 7 ข้อหา 1.ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลและทรัพย์สิน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถด้วยความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 3.ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.เป็นผู้ขับรถเสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5.ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ 6.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของบุคคลอื่น 7.ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้า ซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายกำหนด โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร

โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิพากษา ในข้อหาขับรถโดยประมาท จำคุกเป็นเวลา 5 ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ทนายความนายเจนภพได้ยื่นประกันพร้อมอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2560 ในข้อหาอื่นศาลยกฟ้อง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเจนภพ วีรพร อายุ 37 ปี พร้อมทนายความ และครอบครัว นายวิเชียร ชุบไธสง ทนายความของฝ่ายครอบครัวน.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย พร้อมด้วย น.ส.กัญจนา ฮ้อแสงชัย น้องสาวของ น.ส.ธันฐภัทร์ พร้อมครับครัว เดินทางมาที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โดยทางศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพภายในบริเวณศาลโดยเด็ดขาด

ภายหลังฟังการพิจารณาคดีคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ นายวิเชียร ชุบไธสง ทนายความของน.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่าทางศาลอุทธรณ์ ขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาไปในวันที่ 20 ธ.ค.2561 เนื่องจาก ยังพิจารณาในคำพิพากษาไม่เสร็จ ในส่วนของฝ่ายครอบครัวน.ส.ธันฐภัทร์ ซึ่งเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ยื่นอุทธรณ์ในข้อหาขับรถโดยประมาท ให้ลงโทษหนัก ในส่วนอัยการยื่นอุทธรณ์ในข้อหาที่ศาลพิพากษายกฟ้อง

ทางครอบครัวของน.ส.ธันฐภัทร์ ที่ยื่นอุทธรณ์ ให้ลงโทษหนัก เพราะอยากให้เป็นคดีตัวอย่างที่ขับรถเร็วด้วยความประมาท แล้วทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย สร้างความสูญเสียทั้งทางจิตใจและทรัพย์สิน ซึ่งทางจิตใจไม่สามารถที่จะทดแทนด้วยมูลค่าทางทรัพย์สินได้

น.ส.กัญจนา ฮ้อแสงชัย น้องสาวของ น.ส.ธันฐภัทร์ กล่าวว่า ทางครอบครัวยังเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุกะทันหันและรุนแรงมาก โดยทางคุณพ่อยังบวชไม่สึก ทางครอบครัวอยากให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐาน ในความยุติธรรม ยังมีความเชื่อในกระบวนการยุติธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน