วันที่ 1 มิ.ย. พ.ต.อ.ชัย เพชรคงบุญ ผกก.สภ.หัวไทร พร้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสภ.หัวไทร นำหมายศาลจังหวัดปากพนัง เลขที่ 154/2561 และ 155/2561 ลงวันที่ 31 พ.ค.61 เข้าจับกุมนายอนุรัตน์ บุญช่วย อายุ 36 ปี และ น.ส.มลฤดี สังข์ช่วย อายุ 36 ปี 2 สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 11 ต.สวนหลวง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ข้อหาร่วมกันพยายามชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย ภายในตลาดหัวไทร ต.หัวไทร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ตำรวจ สภ.หัวไทร จับกุม นายอนุรัตน์ บุญช่วย อายุ 36 ปี และ น.ส.มลฤดี สังข์ช่วย อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง เลขที่ 154/2561 และ 155/2561 ลงวันที่ 31 พ.ค.61 ข้อหาร่วมกันพยายามชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากช่วงเย็นของวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุ 2 คนร้ายผัวเมียบุกเข้าไปที่ร้านขายอาหารสัตว์ ชื่อร้าน “บ่อล้อการเกษตร สาขาหัวไทร” เลขที่ 72/1 หมู่ 7 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร เพื่อชิงทรัพย์แต่ถูกเจ้าของร้านคือนางฟองมาศ ศรีไสยเพชร อายุ 73 ปี ซึ่งอยู่คนเดียวได้ขัดขวางคนร้ายผัวเมีย จึงถูกไม้ทุบตีร่วม 20 ครั้ง จนนางฟองมาศ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและหลดสติไป

หลังจากนั้นคนร้ายได้พากันหลบหนีโดยไม่ได้ทรัพย์สินอะไรเลย เมื่อนางฟองมาศได้สติจึงได้โทรศัพท์แจ้งให้ลูกๆ และญาติทราบ ก่อนลูกๆ ซึ่งอยู่ต่างอำเภอได้โทรศัพท์ไปบอกให้เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในระแวกใกล้เคียงเข้าไปให้การช่วยเหลือนำส่ง รพ.ก่อน ขณะนี้นางฟองมาศ อยู่ระหว่างนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช โดยมีแพทย์และพยาบาลให้การดูแลอย่างใกล้ชิด

วงจรปิดจับภาพ นายอนุรัตน์ บุญช่วย อายุ 36 ปี และ น.ส.มลฤดี สังข์ช่วย อายุ 36 ปี สองสามีภรรยาโหด ขณะกำลังขี่รถจยย. หลับหนี หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นางฟองมาศ ศรีไสยเพชร อายุ 73 ปี

จากการสอบสวนนายอนุรัตน์ ผู้เป็นสามียังคงให้การปฏิเสธ แต่น.ส.มลฤดีฯ ให้การรับสารภาพว่า ที่ทำไปเพราะต้องการเงินผ่อนรถยนต์ที่ค้างชำระอยู่ 4 งวด ได้วางแผนล่วงหน้าเพราะรู้ว่าช่วงเย็นนางฟองมาศ จะอยู่บ้านตามลำพัง จึงได้ขี่รถจยย.ไปที่ร้านและเข้าทางด้านหลัง ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปถึงเจอนางฟองมาศพอดี ส่วนนายอนุรัตน์ได้ใช้ไม้ทุบตีนางฟองมาศจนสลบและคิดว่าเสียชีวิต ทำให้ตกใจจึงรีบหนีทันที ทั้งนี้หลังสอบปากคำเจ้ากเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้ง 2 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.ชัย กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องหาสองสามีภรรยาคู่นี้เคยทำงานอยู่ที่ร้านดังกล่าวเกือบ 1 ปี ซึ่งนางฟองมาศ เจ้าของร้านเป็นคนใจดี รู้สึกสงสารจึงให้มาทำงานด้วยแต่ปรากฏว่าขณะทำงานได้แอบลักขโมยสินค้าในร้านไปขายรวมทั้งขโมยเงินสดมาแล้วหลายครั้ง จนนางฟองมาศจับได้ว่า 2 ผัวเมียคู่นี้ไม่ซื่อสัตย์จึงให้ออกจากงาน แต่ไม่คิดว่าคนร้ายจะวกกลับมาก่อคดีโหดทำร้ายเจ้าของร้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน