สาวแสบ ขี่ จยย.ตระเวนลักทรัพย์ ช็อปปิ้งเสื้อผ้า เพื่อกลับไปหาแฟนหนุ่ม
วันที่ 11 มิ.ย. พ.ต.อ.เอนก ศรีกิจรัตน์ ผกก.สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา พ.ต.ท.นพดล ทูนทวีศิลศักดิ์ รอง ผกก. สส.สภ.พิมาย และ ร.ต.อ.ปัญญา ประตังเวสา สว.(สอบสวน) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พิมาย ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ที่ตระเวนลักทรัพย์ในเขตพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จากกรณีเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีหญิงสาว 2 คน ขี่จักรยานยนต์ ตระเวนลักทรัพย์ ตามบ้านเรือนประชาชน บริเวณถนนจอมสุดาเสด็จ ด้านหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เป็นเงินสด จำนวน 8,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง หลบหนีไปลอยนวล

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
โดยกล้องวงจรปิดร้านโทรศัพท์มือถือ ได้จับภาพของหญิงสาว 2 คนได้ อย่างชัดเจน ซึ่งทางตำรวจจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิด จนสามารถติดตามจับตัวหญิงสาวทั้ง 2 คน ได้เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา บริเวณถนนด้านหน้าโรงเรียนบ้านลำเชิงไกร ถ.สุรนารายณ์ สายโนนไทย – นครราชสีมา ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ขณะกำลังขี่จักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ100 สีแดง หมายเลขทะเบียน กธจ – 34 กาฬสินธุ์ เพื่อเดินทางไปหาแฟนหนุ่มที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ทราบชื่อ คือ น.ส.ดวงกมล รินสันเทียะ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/2 หมู่ 8 ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ส่วนอีกคนเป็นสาวประเภทสอง ชื่อด.ช.บอล (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ชาว จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.พิมาย

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
จากการสอบสวน น.ส.ดวงกมล รินสันเทียะ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า ตนเพิ่งพ้นโทษในคดีลักทรัพย์ในเขตพื้นที่ จ.มหาสารคาม มาได้ไม่นาน ก่อนที่จะมาก่อเหตุลักทรัพย์ในเขต อ.พิมาย ตนได้ขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าวมาพร้อมกับ ด.ช.บอล (นามสมมติ) สาวประเภทสองที่เป็นเพื่อนกันเดินทางมาจาก จ.มหาสารคาม เพื่อไปหาแฟนหนุ่มที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ระหว่างทางจึงแวะมาเที่ยวที่ อ.พิมาย พอสบโอกาสจึงเข้าไปหาลักทรัพย์ในบ้านเรือนประชาชนดังกล่าว โดยได้เงินสดไป 8,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง นำไปขายได้เงิน 1,500 บาท หลังจากก่อเหตุนำเงินที่ได้ไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ และขี่จักรยานยนต์ไปเที่ยวที่ จ.บุรีรัมย์ ก่อนจะกลับไปหาแฟนที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวก พร้อมนำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป