โจรบาป งัดสำนักสงฆ์ ฉกโน๊ตบุ๊ค-เงินทำบุญในบาตร ที่เตรียมไว้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ หลวงพ่อเผย รับนิมนต์ไปเทศน์ในเรือนจำ พอกลับมาพบศาลาการเปรียญโดนงัด ข้าวของหายไป เผยโดนมา 4 ครั้งแล้วยังจับคนร้ายไม่ได้ เชื่อเป็นคนเดียวกัน จนชาวบ้านเป็นห่วงอยากให้ย้ายหนีแล้ว
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ร.ต.อ.ศักดิ์ศรี ศรีพั่ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุ โจรบาป งัดศาลาการเปรียญสำนักสงฆ์อรัญวิเวก บ้านเนินสะอาด หมู่ 10 ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.นครพนม รุดไปตรวจสอบ พร้อมพ.ต.ต.กชพัฒน์ วัฒนาอุดม สวป.สภ.เมืองนครพนม และชุดสืบสวน
โจรบาป / ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากรั้วมหาวิทยาลัยนครพนม ทางทิศเหนือราว 50 เมตร บริเวณทางเข้าศาลาการเปรียญ พบเหล็กดัดถูกง้างออก คาดว่าคนร้ายใช้คีมหรือของมีคมงัด พบว่ามีทรัพย์สินเป็นโน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อเอเซอร์ 1 เครื่อง มูลค่า 15,000 บาท ที่วางไว้ใกล้เครื่องเสียง
โดยคนร้ายทิ้งแป้นรองเม้าส์ และเม้าส์ไว้ให้ดูต่างหน้า ตรวจสอบในบาตรที่วางไว้ข้างพระประธาน พบว่าเงินเหรียญกว่า 1,000 บาท ที่อยู่ในบาตรถูกของมีคมงัดแม่กุญแจก่อนขโมยเอาไป
นอกจากนี้ยังพบร่องรอยคนร้าย เดินอ้อมไปด้านหลังศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นที่จำวัดของพระสงฆ์ พบร่องรอยประตูเลื่อนด้านหน้าถูกงัด โดยคนร้ายยังได้ลักกระเป๋าโน๊ตบุ๊ค สีดำ ยี่ห้อเอเซอร์ ที่วางไว้ข้างโต๊ะทำงานไปด้วย ส่วนทรัพย์สินอื่นๆยังอยู่ครบ
พระปรีชา สุทธจิตโต วัย 40 ปี ประธานสำนักสงฆ์อรัญวิเวก กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 08.00 น. ตนไปเป็นพระวิทยากร อบรมธรรมะให้แก่ผู้ต้องขังที่เรือนจำกลางนครพนม กระทั่งกลับมาถึงสำนักสงฆ์ เวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พบร่องรอยบริเวณหน้าศาลาการเปรียญถูกคนร้ายงัดแงะ จึงตรวจสอบกระทั่งพบทรัพย์สินดังกล่าวหายไป
ก่อนที่จะเดินทางออกจากสำนักสงฆ์ไปเรือนจำ พบคนต้องสงสัยเป็นชาย 1 คน ขับรถจยย.มาจอดหน้าห้องน้ำใกล้เมรุ และได้ยินเสียงสุนัขเห่า แต่นึกว่าชาวบ้านมาหาของป่าและเก็บเห็ด จึงไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งขากลับ จึงพบว่าทรัพย์สินสูญหายไปแล้ว เมื่อ 2 ปีที่แล้วเครื่องเสียงก็ถูกขโมยไป แต่ใช้การไม่ได้คนร้ายย้อนนำกลับมาคืน
ครั้งที่ 2 คนร้ายงัดกุฏิหลังศาลาการเปรียญ พระรูปหนึ่งสูญเงินไป 10,000 กว่าบาทและพระเครื่องจำนวนหนึ่ง ส่วนครั้งที่ 3 คนร้ายมาลักฆ้องที่ศาลาการเปรียญ กระทั่งครั้งล่าสุดได้โน๊ตบุ๊คและเงินเหรียญที่ญาติโยมมาบริจาค ยอดใส่บาตร เตรียมไว้จ่ายค่าน้ำค่าไปหายไป
“คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกัน รวมทรัพย์สินหายไป 4 ครั้งแล้ว ยังจับคนร้ายไม่ได้ จนญาติโยมที่มาทำบุญในวัดเป็นห่วง จะนิมนต์อาตมาออกจากสำนักสงฆ์แห่งนี้แล้ว” พระปรีชากล่าว
ด้านร.ต.อ.ศักดิ์ศรี กล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายอาจอยู่ใกล้ละแวกใกล้เคียง เพราะรู้ความเคลื่อนไหวของพระในวัดซึ่งมีอยู่รูปเดียว เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จึงตรวจเก็บร่องรอยและลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้ เพื่อจะได้เป็นเบาะแส สืบสวนติดตามหาตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

