กอ.รมน. แถลงคืบหน้า 2 คดีคนร้ายบุกยิงโหดชาวบ้าน ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเหตุให้ชาวบ้านเสียชีวิตเกือบ 10 ราย หลังถูกบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มาจากการสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน. แถลงผลคืบหน้า 2 คดีสะเทือนขวัญ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ( กอ.รมน. ภาค 4 ) เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงราษฎรเสียชีวิต 4 ราย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในอ.สุคิริน จ.นราธิวาส และกราดยิงประชาชนเสียชีวิตอีก 5 ราย เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในอ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ได้มีความพยายามใช้สื่อสังคมออนไลน์บิดเบือนข้อเท็จจริง โดยกล่าวหาว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

โฆษก กอ.รมน. ภาค4 กล่าวชี้แจงผลความคืบหน้าทางคดีว่า สำหรับคดีคนร้ายยิงประชาชนเสียชีวิต 4 ราย เจ้าหน้าที่สามารถเก็บหลักฐานเป็นปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. 18 ปลอก จากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าใช้ยิงมาจากอาวุธปืน 5 กระบอก ตรวจพบประวัติการก่อคดีสำคัญ 3 กระบอก 9 คดี เจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 2 ราย ประชาชนเสียชีวิต 8 ราย

จนท.ตรวจที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 228 ม.4 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา (แฟ้มภาพ)

“คดีสำคัญยิงประชาชนไทยพุทธเสียชีวิต 4 ราย เมื่อ 12 เม.ย.2558 พื้นที่ ตำบล/อำเภอสุคิริน จ.นราธิวาส ลอบวางระเบิดและยิงเจ้าหน้าที่กรมทหารพรานที่ 11 เสียชีวิต 6 ราย เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2560 ในต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส สามารถสรุปได้ว่าเป็นการกระทำของผู้ก่อเหตุรุนแรง ปัจจุบันได้ออกหมายจับแล้ว 8 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย” พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว

พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนคดีคนร้ายก่อเหตุยิงประชาชนเสียชีวิต 5 ราย เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา จากการตรวจสอบพฤติกรรมผู้เสียชีวิตเบื้องต้น ไม่พบประวัติคดีความมั่นคง โดย 2 ใน 5 ที่เสียชีวิต เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดเมื่อปี 2557 และ 2559 ผู้นำท้องที่และญาติให้ข้อมูลว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตได้ใช้สถานที่เป็นแหล่งมั่วสุมในการเสพยาบ้าและดื่มน้ำกระท่อมเป็นประจำ

แผ่นชาร์จใช้ประกอบการแถลงข่าวคืบหน้าคดียิงประชาชน

โฆษก กอ.รมน. กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบวัตถุพยานที่เก็บได้คือ ปลอกกระสุนขนาด 5.56 มม. ใช้ยิงมาจากปืนเอชเค 33 ตรวจพบการก่อคดีสำคัญ 9 คดี ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 12 ราย ราษฎรเสียชีวิต 13 ราย ก่อเหตุยิงพ.ต.ท.อดินันท์ อิสมาแอ รอง ผกก.สภ.กรงปินัง เสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2557

นอกจากนี้ ยังใช้ในการโจมตีฐานชุดคุ้มครอง ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2558 และคดียิงจุดตรวจ 3 ฝ่าย อ.กรงปินัง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2560 ดังนั้น สามารถสรุปได้ว่า เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวหรือยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุบ้านหลังเกิดเหตุยิงประชาชนเสียชีวิต

พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า จากรายงานผลคืบหน้าทั้ง 2 คดี สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ไม่ใช่การสร้างสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่ได้พยายามบิดเบือน โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดี มีผลการพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอย่างรอบด้าน เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงของทั้ง 2 คดี โดยเร่งรัดให้ติดตามจับกุมผู้ที่ก่อเหตุ มาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน