ตร.ยันจับ ‘มิก หลงจิ’ มีพยานชัด! หลังพยานโผล่ อ้างเห็นฆาตกร

ตร.ยันอีกรอบ จับ 'มิก หลงจิ' พยานชัด

ตร. ยันจับ มิก หลงจิ นักโทษประหาร ถูกตัว มีพยานชัด เร่งตามหาคนโพสต์เฟซบุ๊กระบุนักโทษประหารไม่ใช่คนร้ายตัวจริง เพื่อเรียกมาสอบสวน ขู่จับตรวจปัสสาวะด้วย ชี้เชื่อถือได้หรือไม่

จากกรณี นายธีรศักดิ์ หลงจิ หรือ มิก ถูก ประหารชีวิต คดี แทงเหยื่อ 24 แผล ฆ่าชิงทรัพย์ นักเรียน ม.5 เสียชีวิต พ่อแม่ ผู้เสียชีวิต เข้ายื่นหนังสือขอให้ตำรวจเร่งรัดคดีจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดี นอกจากนี้ ยังมีคนอ้างเห็นเหตุการณ์และได้แสดงความเห็นกับข่าวที่เกิดขึ้นว่า คนร้ายไม่ใช่นายธีรศักดิ์ ที่ถูกประหาร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีการตรวจสอบผู้ที่ออกมาให้ความเห็น ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่

มิก หลงจิ / ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า ตามที่มีการแชร์กันผ่านเฟซบุ๊กว่า นายธีรศักดิ์ไม่ใช่คนร้ายตัวจริงนั้น จริงๆ แล้วการจะแชร์เรื่องอะไรในเฟซบุ๊ก จะต้องเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ ในเมื่อทางตำรวจมีพยานหลักฐานพิเคราะห์ทางคดีและศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว แต่ยังมีการออกมาให้ความเห็นทำไปเพื่ออะไร คนให้ข่าวมีหน้าที่อะไรไม่ใช่พนักงานสอบสวน มีหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบข้อเท็จจริงอย่างไร ที่นำไปลงแบบนั้น

พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า ทั้งที่ทางตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจน มีตัวตน เป็นประจักษ์พยานชัดเจน มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่มาพูดเหมือนฝันไม่ได้ การรับฟังพยานของศาลไม่ใช่รับฟังเรื่องที่บอกเล่ากันมา ศาลไม่รับฟัง คนที่ลงเฟซเองก็ไม่ทราบว่ารู้มาได้อย่างไร วันเกิดเหตุอยู่ตรงไหน ไม่มีใครรู้ น่าเชื่อถือหรือ คนคนนี้เป็นใคร ซึ่งตนจะเรียกมาสอบสวน พร้อมทั้งตรวจปัสสาวะด้วย

พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า ซึ่งขณะนี้กำลังให้ตำรวจสายสืบไปติดตามตัวอยู่ เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมาทำอะไรอยู่ รู้แล้วทำไมไม่ให้ข้อมูลตำรวจในขณะนั้น จึงคิดว่าการออกมาแสดงความเห็นเพราะอยากเกาะกระแส พูดดีไม่ดีจะเกิดอันตรายด้วย

“ลงเฟซบุ๊กก็ลงกันไป แต่สรุปคดีอยู่ที่พนักงานสอบสวนเท่านั้น หากมีการพาดพิงถึงใครจะถูกดำเนินคดี มีความผิดนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตนทำงานแต่ละคดีมีความละเอียดรอบคอบ จะมีการประสานผู้เสียหายว่าให้ระมัดระวังการให้ข้อมูล เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี อย่านำเรื่องที่ศาลตัดสินพิพากษามาพูด” พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าว

รอง ผกก.สอบสวน กล่าวว่า คดีนี้ไม่ยากเย็นอะไรเลย คดีเกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2555 ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2555 นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบพร้อมกับให้พยานที่เกิดเหตุชี้ตัวถูกตัว พยานซึ่งเป็นแฟนผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย จึงเป็นประจักษ์พยานที่ศาลให้ความสำคัญ แม้จะเป็นพยานเพียงปากเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์

“แต่อาจจะมีคนร้ายมากกว่านี้ ไม่รู้ว่าใครรู้เห็นอีก ก็ต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป ตนจึงลงพื้นที่เพื่อต้องการทราบว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีบ้านเรือนอยู่ใกล้หรือไม่ มีกล้องวงจรปิดหรือไม่ ปรากฏว่าบ้านชาวบ้านอยู่ไกลทั้งนั้น เมื่อลงมาสอบสวนแล้วให้รอฟังข่าวดีได้เลย การดำเนินคดีก่อนจะส่งฟ้องศาลนั้น ต้องรู้กฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาเขียนไว้ว่าอย่างไร พยานบอกเล่าบอกว่า เช่นไปนั่งร้านกาแฟ แล้วพูดกันว่าคนนั้นคนนี้ น่าจะเป็นคนร้ายแล้วมาบอกพนักงานสอบสวน แต่จะนำมาพิจารณาลงโทษจับกุมคนคนนั้นไม่ได้” พ.ต.ท.ประเสริฐ

พ.ต.ท.ประเสริฐ กล่าวอีกว่า แต่ที่ตำรวจจับกุมนายธีรศักดิ์ เพราะมีประจักษ์พยานชัดเจน มีการแย่งชิงโทรศัพท์ คนร้ายมี 2 คน จึงไม่ขอให้ความเห็นกรณี นายธีรศักดิ์ ซึ่งรับโทษประหารไปแล้ว ส่วนคดีการติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือก็ว่ากันต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ยกมือไหว้ขอโทษ! 2 หนุ่มปากี ลวงฉกสร้อยข้อมือทำคำหนัก 5 บาท หลังหิ้วตัวทำแผนฯ
บทความถัดไปนายกฯ ควงก.อุตฯ โรดโชว์อังกฤษ ชวนลงทุนไทย