จับบริษัททัวร์ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลังอ้างเหตุประเทศจีนอากาศหนาวมาก จนรัฐบาลสั่งปิด ต้องยกเลิกทัวร์ แต่พอขอคืนเงินกลับไม่ได้คืน ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความจนถูกออกหมายจับ บิ๊กโจ๊ก แถลงเบื้องต้นพบ ยกเลิก 23 กรุ๊ป เสียหาย 1.5 ล้านบาท

จับบริษัททัวร์

บิ๊กโจ๊ก พูดคุยผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2

จับบริษัททัวร์ / ร่วมกันจับกุมนายสุธาเทพหรือหริธนเดชส์ รักญาติ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ 295/2561 ลงวันที่ 26 มิถุนายน ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” และหมายจับศาลจังหวัดสุโขทัยที่ 95/2561 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”

จับบริษัททัวร์

ผู้ต้องหาชี้แจงสื่อ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับการประสาน จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ว่ามีผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 135 ราย ถูกหลอกลวงจาก บริษัทแต้งกิ้วฮอลิเดย์ทัวร์ จำกัด

โดยได้แจ้งความร้องทุกข์จากกรณีดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และสภ.เมืองสุโขทัย

จับบริษัททัวร์

บิ๊กโจ๊ก แจงรายละเอียด

จากการตรวจสอบ ยังพบว่ามีผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ชัยนาท สภ.ราชบุรี สภ.บ้านโป่ง สน.คลองตัน และสน.บางนา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้อย ได้ขออนุมัติหมายจับ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ผู้เสียหายติดต่อซื้อทัวร์ทางผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์กับบริษัทดังกล่าว โดยจะไปท่องเที่ยวประเทศจีนเป็นเวลา 4 วัน 3 คืน โดยซื้อทัวร์จำนวน 4 คน คนละ 9,999 บาท รวมเป็นเงิน 41,996 บาท

จับบริษัททัวร์

ผู้เสียหายขอบคุณตร.

โดยเดินทางวันที่ 17-20 ธันวาคม 2560 ซึ่งได้โอนเงินครบตามจำนวนให้ทาง บริษัท แต้งกิ้วฮอลิเดย์ทัวร์ จำกัด เรียบร้อย

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ผู้เสียหายได้ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิตามที่นัดหมาย แต่ไม่พบและไม่สามารถติดต่อบริษัทได้ เมื่อตรวจสอบกับสายการบินพบว่าไม่มีการจองตั๋วเครื่องบิน จึงรู้ว่าถูกหลอกลวง ก่อนพากันไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.วังน้อย

“จากการตรวจสอบข้อมูลการร้องเรียน พบว่ายังมีผู้ได้รับความเสียหายอีกจำนวนมาก ซึ่งในเบื้องต้นสามารถรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย จำนวน 23 กรุ๊ป ผู้เสียหาย 130 คน ยอดความเสียหายประมาณ 1,581,950 บาท และภายหลังติดต่อคืนเงินให้กลุ่มผู้เสียหายบางส่วน และแจ้งว่าส่วนที่เหลือจะทยอยจ่ายคืนให้ แต่เชื่อว่าเป็นการยื้อเวลา” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

ขณะที่นายสุธาเทพให้การว่า ทางบริษัทจดทะเบียนบริษัทนำเที่ยว ช่วงปี 2557 จนกระทั่งช่วงปลายปี 2560 มีปัญหาทางการเงิน ทำให้ไม่สามารถจัดทัวร์ได้ตามตารางที่กำหนด

และยังอ้างว่ามีการพยายามติดต่อของชดเชยเงินคืนกับทางผู้เสียหาย แต่ไม่สามารถคืนเงินได้ตามจำนวนเต็ม และบางรายได้คืนบางรายก็ไม่ได้คืน

ด้านน.ส.มัลลิกา อุฏฐาฐนานนท์ อายุ 29 ปี ชาวระยอง หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า ตนรู้จักบริษัทดังกล่าวผ่านทางโฆษณาทางเฟซบุ๊ก มีการเสนอโปรโมชั่นดึงดูด อาทิ หากโอนเงินภายในเวลาที่กำหนดก็จะได้ส่วนลด

ซึ่งตนได้มีการตกลงจองทัวร์ดังกล่าวทั้งหมด 13 ที่นั่ง และจ่ายเงินไปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ในราคา 129,987 บาท โดนแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด งวดแรกจำนวน 30,000 บาท งวดที่สอง 99,987 บาท

จะเดินทางในวันที่ 2-4 กุมภาพันธ์ 2561 แต่ต่อมาวันที่ 22 มกราคมได้มีการยกเลิกทัวร์ดังกล่าว โดยทางบริษัทให้เหตุผลว่าอากาศที่ประเทศจีนค่อนข้างหนาวมาก อีกทั้งรัฐบาลจีนปิดจึงไม่สามารถเดินทางได้

เมื่อตนขอเงินคืนทางบริษัทก็บ่ายเบี่ยง อ้างว่าต้องรอเงินจากสายการบิน จนขณะนี้ก็ยังไม่ได้เงินคืนครบตามจำนวนที่โอนไปตั้งแต่ครั้งแรก จึงได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน