แฟนนักบิน ‘บอม’ เผยคำพูดสุดท้าย ก่อนเครื่องบินตกที่แม่ฮ่องสอน ระบุ เป็นคำพูดที่ติดอยู่ในหัวตลอดเวลา ญาติเตรียมนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนา 7 ก.ค.นี้ เผยเคยรับภารกิจไปบินสำรวจเหนือถ้ำหลวง ช่วยหาทางออกให้ 13 ชีวิตทีมหมูป่าด้วย
จากกรณีเครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพบกขาดการติดต่อจากหอบังคับการบินที่จ.แม่ฮ่องสอน กระทั่งพบ เครื่องบินตกที่ ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ขณะบินลาดตระเวนตรวจพื้นที่ และการพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบริเวณแนวชายแดน เมื่อ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 นาย
แฟนนักบิน / ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ค. นางหทัยวรรณ แปรงกระโทก หรือเฟิร์น อายุ 27 ปี ภรรยาของ ร.ท.วโรจน์ แปรงกระโทก หรือบอม หนึ่งในนักบินที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งนี้ ได้พาครอบครัว เดินทางจากภูมิลำเนา ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ไปที่ศูนย์การบินทหารบกลพบุรี เพื่อร่วมพิธีรับศพของ ร.ท.วโรจน์ โดยมี ด.ช.รณกรณ์ แปรงกระโทก หรือน้องจู่โจม ลูกชายวัย 5 ขวบ ร่วมเดินทางไปรับศพพ่อด้วย
นางหทัยวรรณ เปิดเผยว่า ตนแต่งงานกับร.ท.วโรจน์ มาแล้ว 6 ปี โดยร.ท.วโรจน์เป็นคนนิสัยร่าเริงแจ่มใส่ และสนุกสนาน แต่เวลาทำงานก็จะจริงจังมาก เมื่อมีลูกชายก็เลยตั้งชื่อว่า “น้องจู่โจม” ซึ่งความเป็นนักบินที่มีมาดสง่า เป็นวีรบุรุษของชาติ ทำให้ลูกชื่นชอบมาก และบอกเสมอว่าโตขึ้นไปอยากเป็นเหมือนพ่อ
นางหทัยวรรณ กล่าวต่อว่า แม้ตนเองจะกลัวเมื่อเวลาร.ท.วโรจน์ไปปฏิบัติภารกิจบินอยู่เหนือท้องฟ้า แต่ร.ท.วโรจน์ก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะอุบัติเหตุไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ตนเห็นเหตุการณ์เครื่องบินตก และมีนักบินเสียชีวิต ก็เคยถามว่าทำไมนักบินไม่ดีดตัวออกมาจากเครื่อง ซึ่งได้รับคำตอบว่า นักบินส่วนใหญ่ถูกฝึกมาให้เป็นนักรบ ซึ่งหากร.ท.วโรจน์เจอกับเหตุการณ์เช่นนั้น ก็จะไม่ยอมดีดตัวออกมา แต่จะพยายามควบคุมเครื่องบินให้พ้นจากเขตชุมชน และพร้อมจะสละชีพ เพื่อไม่ให้เครื่องบินไปตกในเขตชุมชน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
นางหทัยวรรณ กล่าวอีกว่า ซึ่งคำพูดนี้ติดอยู่ในหัวตนตลอดเวลา เพราะกลัวว่าถ้าวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์เครื่องบินตก ร.ท.วโรจน์อาจจะเสียชีวิตได้ และแล้ววันนี้ก็มาถึง ซึ่งทำให้ตนเสียใจมาก และยังทำใจไม่ได้ในขณะนี้ เพราะก่อนหน้านั้น ร.ท.วโรจน์ได้รับภารกิจให้นำสายสลิงไปส่ง และบินสำรวจป่าเหนือถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ติดอยู่ภายใน ก่อนที่จะกลับไปประจำการอยู่ที่ จ.พิษณุโลกเหมือนเดิม โดยมีภารกิจบินสำรวจพื้นที่รอยต่อชายแดนตามปกติ กระทั่งเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ได้ขาดการติดต่อไปจากเรดาร์
“ผู้บังคับบัญชาของพี่บอม ได้โทรศัพท์แจ้งตนเวลา 16.00 น. ว่าเครื่องบินของพี่บอมตก พร้อมบอกด้วยว่าอย่าเพิ่งตกใจ เพราะยังไม่ได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต แต่ขณะนั้นตนทำใจไว้ก่อนแล้ว เพราะจำคำที่พี่บอมบอกว่า “แม้เครื่องบินจะตก ก็จะไม่ยอมดีดตัวออกมา” ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ โดยหลังจากนี้ตนก็ได้แต่ทำใจ และจะตั้งใจเลี้ยงน้องจู่โจมให้ดีที่สุด พร้อมกับอยากบอกพี่บอมว่า ชาติหน้าขอให้ได้พบกัน และกลับมาเป็นคู่รักกันอีก” นางหทัยวรรณ กล่าว
สำหรับ ร.ท.วโรจน์ เกิดวันที่ 2 ก.พ. 2534 ปัจจุบันอายุ 27 ปี เรียนจบระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 จากโรงเรียนวัดสระแก้ว จ.นครราชสีมา, จบระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 โรงเรียนบุญวัฒนา จ.นครราชสีมา หลังจากนั้น สอบติดโรงเรียนเตรียมทหารที่ จ.นครนายก และต่อด้วยโรงเรียนนายร้อย จปร.ที่ จ.นครนายก ก่อนจะเข้ารับราชการทหารบก ที่ค่าย จ.ขอนแก่น กระทั่งสอบติดนักบินทหารบก และเรียนจบการบินจากศูนย์การบินทหารบกลพบุรีรุ่น 60
โดยวันนี้มีกำหนดพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ เวลา 19.00 น. ที่ศูนย์การบินทหารบกลพบุรี หลังจากนั้น จะนำศพเดินทางกลับภูมิลำเนา จ.นครราชสีมา โดยรถนำขบวน ออกจาก จ.ลพบุรี เวลาประมาณ 20.00 น. ถึง ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เวลาประมาณ 23.30 น. โดยญาติกำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่วัดท่าอ่าง อ.โชคชัย หลังจากนั้น จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ เวลา 16.00 น.
ทั้งนี้ ญาติๆ ได้แจ้งว่า ในงานบำเพ็ญกุศลศพ ร.ท.วโรจน์ครั้งนี้ จะไม่ขอรับพวงหรีดเป็นดอกไม้สด แต่ขอเป็นอย่างอื่นที่สามารถนำไปบริจาคให้ผู้ด้อยโอกาสและยากไร้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อันจะเป็นการให้ทานอุทิศส่วนกุศลให้ ร.ท.วโรจน์เป็นครั้งสุดท้าย





