ยายฝันเป็นลางบอกเหตุ รุ่งขึ้นหลานสาวจมน้ำดับ เผยเพิ่งเสียหลานชายปีก่อน
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. พ.ต.ท.ก้องภากิจ วงษ์พุฒิ สารวัตรสอบสวน สภ.สร้างคอม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิต ที่บริเวณห้วยวังกกจิก บ้านโคก หมู่ 7 อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี หลังจากนั้นจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชา แล้วประสานไปยังเจ้าหน้าที่ ปภ.เขต14, เจ้าหน้าที่กู้ภัยศรีวิไลบึงกาฬ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรธานีสว่างเมธาธรรมนำชุดประดำน้ำ รุดไปตรวจสอบ
ในเกิดเหตุเป็นลำห้วยขนาดใหญ่มีความลึกประมาณ 3-4 เมตร พบชาวบ้านมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำได้ลงไปงมค้นหาร่างผู้ที่จมน้ำ ทราบว่าคือ น.ส.ศิรินยา บุญกอง อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เพ็ญ ตามจุดที่เพื่อนๆ มาเล่นน้ำด้วยกัน แต่ด้วยกระแสน้ำที่เชี่ยวและไหลแรง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาหาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบร่าง
ขณะเดียวกันนางสนิท บุญกอง อายุ 61 ปี ยายของ น.ส.ศิรินยา ได้ทำการจุดธูปขอให้ค้นหาร่างให้พบ กระทั่งเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่จึงค้นพบร่างของ น.ส.ศิรินยา แล้วนำร่างขึ้นมาบนฝั่ง สภาพศพสวมเสื้อยืดสีน้ำตาล นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน จากนั้นนางสนิทได้เข้ามาลูบหัวหลานสาว พร้อมขอให้ดวงวิญญาณหลานไปสู่สุขคติ ส่วนเพื่อนๆ ก็พากันเสียใจร้องไห้
นางสนิท ให้การว่า ตนมีหลาน 2 คน เป็นลูกกำพร้าพ่อกับแม่ แยกทางกัน ตนจึงนำหลานทั้ง 2 คน มาเลี้ยงดูส่งเสียให้เรียน แต่หลานชายคนเล็กได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เมื่อต้นปี 2560 เหลือเพียงหลานสาวคนเดียวคือ น.ส.ศิรินยา ในวันนี้หลังเลิกเรียนมาขอไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆ ที่ลำห้วย ห่างจากบ้านไป 10 ก.ม. หลังจากนั้นก็มีเพื่อนของหลานมาบอกตนว่า หลานจมน้ำ จึงออกมาดูพร้อมญาติ เพื่อหาทางลงไปงมหาร่างหลาน แต่เนื่องด้วยกระแสน้ำไหลเชี่ยว ทำให้ไม่มีใครกล้าลงไป จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านทราบ ก่อนโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากตำรวจและมูลนิธิฯ
นางสนิท กล่าวอีกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีลางบอกเหตุ คือฝันเห็นหลานชายที่ตาย มาทะเลาะกับหลานสาว ที่จมน้ำ แล้ว น.ส.ศิริยา ได้ฆ่าน้องจนเลือดนองไหลทั่วตัว ทำให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาก็รีบไปทำบุญใส่บาตรที่วัด แต่ไม่คิดว่าจะเสียหลานสาวที่เหลือเพียงคนเดียว
พ.ต.ท.ก้องภากิจ วงษ์พุฒิ กล่าวว่า จากการตรวจสอบคาดว่า ขณะผู้ตายลงเล่นน้ำอาจเกิดเป็นตะคริวและว่ายน้ำไม่แข็ง แล้วกระแสน้ำแรง ทำให้จมน้ำต่อหน้าเพื่อนที่มาเล่นน้ำด้วยกัน และช่วยเหลือไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และมอบศพให้ญาติดำเนินการตามประเพณีต่อไป



