สลดใจ ! ลูกแย่งที่ดินที่สร้างมากับมือ ไล่พ่อพิการนอนเล้าไก่ ตรอมใจน้ำตาไหล

สลดใจ / เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 3 ส.ค. ที่บ้านพัก บ้านคลองสง ซอยราชดำเนิน 6 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร เป็นบ้านกลางสวนปาล์มลึกขึ้นไปบนภูเขาสูง พบว่า ที่คอกไก่ข้างบ้าน มีกระต๊อบหลังเล็ก มีเพียงที่นอนมุ้งและของใช้บ้างเล็กน้อย นายสำเริง บรรจงช่วย อายุ 65 ปี ในสภาพคนพิการ อาศัยอยู่

พร้อมกับ นางประไพร บรรจงช่วย อายุ 55 ปี ภรรยา กำลังบีบนวดให้กับ นายสำเริง สอบถามได้การว่า นายสำเริงป่วยเป็นโรคประจำตัว ด้วยอาการอัมพฤกษ์ ร่างกายด้านซ้ายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ หน้าตาเศร้าหมอง มีน้ำตาคลอตลอดเวลา

นายสำเริง เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนอาศัยอยู่ที่จ.นครศรีธรรมราช ย้ายมาตั้งรกราก ที่อ.ละแม จ.ชุมพร ร่วม 40 ปี ตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม อายุประมาณ 25 ปี มีลูกจากภรรยาเก่า ใน จ.นครศรีฯ 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 2 คน มาอาศัยอยู่ด้วย

นายสำเริงได้พยายามสร้างสวนเกษตร ทั้งปาล์มน้ำมัน สวนยางพารา เนื้อที่ 35 ไร่ ต่อมาเมื่อลูกชายและลูกสาว สองคนแรก เติบโตได้แบ่งที่ดินให้ไปและแยกครอบครัวขายที่ดินออกไปอยู่กทม. และนครศรีฯ เหลือที่ดิน 25 ไร่

ส่วนนายสำเริงอยู่กับลูกสาวคนสุดท้อง ได้ส่งเสียให้เรียนที่มหาวิทยาลัย จนจบ ป.ตรี หมดเงินไปร่วมล้านบาท แต่กลับมาทำสวนเกษตรที่บ้านของนายสำเริง ก็ได้แบ่งที่ดินให้ 7 ไร่ เป็นสวนปาล์มน้ำมันเหลือที่ดินเป็นของนายสำเริงเพียง17 ไร่ เป็นที่ดิน สปก. และ ที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ทำกิน ต่อมาเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ลูกสาวได้แต่งงาน มีสามีได้ลูกสาว 1 คน

จนกระทั่ง 1 ปี ที่ผ่านมา กองทุนสวนยางพาราได้ประกาศให้โค่นต้นยางพารา ให้มีเงินให้ ไร่ละสองหมื่นบาท ในช่วงนั้น นายสำเริงเริ่มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จึงมอบให้ลูกสาวไปดำเนินการเรื่องเงินทดแทนที่ได้จากองทุนสวนยางพาราทั้งหมด ร่วม 2 แสนบาท

เมื่อทราบว่าเงินได้รับการอนุมัติแล้ว นายสำเริง จึงทวงถามจากลูกสาว แต่ได้รับคำตอบว่า เงินทั้งหมด เป็นของลูกสาว รวมถึงที่ดิน ทั้ง 24ไร่ ก็ เป็นของลูกสาวด้วย ทำเอานายสำเริงถึงกับตกตะลึง

นายสำเริงได้พยายามทวงเงินคืนทุกวัน จนเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา นายสำเริงถึงกับเกือบช็อกหัวใจวาย เมื่อทวงถามเงินอีกครั้ง ครั้งนั้นลูกสาวถึงกับประกาศว่าพ่อแก่แล้วสมควรไปอยู่วัด ร่างกายก็พิการไม่สมควรอยู่ในบ้าน หลังจากวันนั้น ลูกสาว สามีและหลานสาวนายสำเริงก็พากันแยกวงกินข้าว เหลือเพียงเศษอาหารให้นายสำเริงกินไปวันๆ นายสำเริงได้แต่นั่งดู คนเหล่านั้นมีความสุขท่ามกลางน้ำตาที่แอบไหล

จนกระทั่ง นางอำไพ อายุ 71 ปี พี่สาวนายสำเริง ซึ่งมีบ้านห่างไป ราว 1 กม. ได้มาพบเห็นสภาพของนายสำเริงที่ถูกทอดทิ้ง ให้อยู่อย่างสกปรกมอมแมม ผอมโซ เมื่อสอบถามลูกสาวนายสำเริงกลับได้พบแต่คำพูดไล่นายสำเริงออกจากบ้านทุกครั้ง ที่สำคัญคือไม่เคยให้ข้าวให้น้ำกิน ทำให้พี่สาวที่แก่ชราร่างกายทรุดโทรม เดินหลังงอ ต้องเดินเท้าเอาข้าวน้ำ มาส่งให้กินวันละ2 มื้อ ตลอด4เดือนที่ผ่านมา

แต่เมื่อพบว่า นายสำเริงไม่ได้รับการดูแลแม้แต่น้อย จึงให้หลานชายไปอุ้มมาไว้ ที่บ้านพี่สาว แต่เนื่องจากในบ้านของพี่สาว มีลูกหลานอยู่จำนวนมาก

มีแต่บริเวณคอกไก่ชนที่มีห้องเก็บของว่าง จึงต้องนำร่างนายสำเริงไปไว้ในห้องเก็บของ หาที่นอนมุ้งมาให้นายสำเริงพอได้หลับนอน แต่ต้องคลานไปห้องน้ำด้านหลังบ้าน สร้างความเวทนาแก่ชาวบ้านที่พบเห็น

ญาตินายสำเริงได้ไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ชุมพรเมื่อสองเดือนแต่เรื่องก็เงียบไม่ได้รับความสนใจ จึงมีผู้แนะนำให้ไปแจ้งผู้สื่อข่าว

นายสำเริง กล่าวว่า ต้องการเพียงบ้านที่ดินที่ตนเองเป็นผู้สร้างมาตั้งแต่ยังหนุ่มคืน เพื่อไว้อาศัยอยู่ตอนแก่ชราก่อนตายเท่านั้น ส่วนที่ดินที่เคยแบ่งให้ก็ยังแบ่งให้ลูกสาวเหมือนเดิม อีกทั้งอยากขอให้ลูกชายและ ลูกสาว ที่ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนตนนเองเลยในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ให้มาดูใจพ่อก่อนตายสักครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน