คนจนลมจับ!! ทั่วประเทศแห่ขึ้นเงินผู้มีรายได้น้อย แน่นธนาคาร ล็อตแรกถึงมือแล้ว

วันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสตูลทั้งบนพื้นราบและตามเกาะแก่งต่างๆ โดยเฉพาะชาวบ้านเกาะปูยู เกาะสาหร่าย ชาวบ้านเกาะหลีเป๊ะ ในพื้นที่เกาะตำมะลัง ที่อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสตูล เดินทางข้ามเกาะโดยนำเรือเข้าฝั่งเทียบท่าที่บริเวณท่าเทียบเรือตำมะลัง และทยอยเดินทางไปตรวจสอบสิทธิ์เงินในบัญชี ที่ทางรัฐบาลได้โอน ‘เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย’ ให้เป็นของขวัญปีใหม่เนืองแน่น ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ล่าสุดบรรยากาศที่บริเวณหน้าตู้เอทีเอ็ม ธ.ก.ส. สาขาสตูล ตำบลพิมาน อำเมือง จังหวัดสตูล ต่างนำสมุดบัญชีธนาคาร มาตรวจเช็คยอดเงินว่าได้รับเงินหรือไม่ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ธนาคาร ต้องตั้งเต็นท์ด้านหน้าสำนักงานออกบริการประชาชนทามกลางอากาศที่ร้อนจัด และทำให้กลุ่มผู้สูงอายุ และประชาชนที่เดินทางมาตั้งแต่เช้า เพื่อมาตรวจสอบยอดเงิน และเข้าแถวรอ ต่างเป็นลม โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำธนาคารต้องออกมาคอยบริการ พาไปนั่งพักพิงและหายาดมให้ชาวบ้านอย่างเร่งด่วน

201612131519135-20160216143413

ด้านนางสาวบุญปั่น บุญมีค่า อายุ 58 ปี อยู่หมู่ 2 ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมือง ซึ่งถึงกับเป็นลม กล่าวว่า วันนี้ตนรีบเดินทางมาแต่เช้า ยังไม่ได้กินข้าวปลา นั่งรถมาคนเดียว ซึ่งมาเข้าแถวเพื่อตรวจสอบสมุดบัญชีว่ามีเงินโอนเข้าหรือยัง แต่กลับมาเป็นลมเสียก่อน ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด และผู้คนหนาแน่นแย่งกันตรวจสอบ แต่ทางเจ้าหน้าที่นำสมุดไปเช็คให้แล้ว ก็พบว่ามียอดเงินเข้ามา 3,000 บาท รู้สึกดีใจมากและขอบคุณรัฐบาลที่มอบเงินให้เป็นของขวัญปีใหม่นี้ โดยเงินที่ได้จะนำไปซื้อของใช้ ของกินภายในบ้าน และของใช้ส่วนตัว

นายสุนันต์ หล่อไพสิฐ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสตูล เผยว่า ผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนไว้ จำนวน 13,700 ราย ยอดเงินที่โอนมาช่วยเหลือจากทางรัฐบาล 28 ล้านบาท

201612131519132-20160216143413

วันเดียวกัน ที่ จ.กาฬสินธุ์  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ตื่นตัวเข้ามาติดตาม และรับเงินสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งทางรัฐบาลได้โอนเงินเข้าระบบตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ ธ.ก.ส. ทั้ง 18 สาขา ใน 18 อำเภอของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งมีผู้มาลงทะเบียนรอบแรกกว่า  78,500 ราย ซึ่งนายยุทธพงศ์ ภัทรธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ธนาคารทุกสาขา พร้อมให้บริการประชาชนอย่างดีทั่วถึงพร้อมให้คำปรึกษา เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้รายได้น้อย

201612131327023-20041022161358

นายวุฒิพงศ์ เกษสัญชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงาน ธ.ก.ส. กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ภาพรวมของทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ บรรยากาศของประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการวันแรก มีประชาชนเดินทางมาใช้บริการที่ธนาคารจำนวนมาก ทั้ง 18 สาขา ตามที่มีผู้ลงทะเบียนไว้กับ ธ.ก.ส. จ.กาฬสินธุ์ ทั้งหมด 130,844 ราย โดยล็อตแรกที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีเงินผ่านทาง ธ.ก.ส. กาฬสินธุ์ มีจำนวนทั้งสิ้น 78,500 ราย ยอดเงินทั้งหมด 186,837,000 บาท ทั้งนี้ประชาชนที่ทราบข่าวว่าทางรัฐบาลโอนเงินเข้ามาทางธนาคารแล้ว ได้เดินทางมาที่ธนาคารตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเข้าคิวรับเงิน ซึ่งปัญหาที่พบในวันแรกก็จะเป็นเรื่องของการตรวจสอบสิทธิ ที่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะกรณีที่เป็นผู้มีรายได้น้อยแต่ไม่มีชื่อในระบบของสรรพากร ส่วนนี้ทางธนาคารจะรับเรื่องไว้และดำเนินการแก้ไขให้ เช่นเดียวกันกับกรณีที่เปลี่ยนชื่อ-นามสกุล นอกจากนี้ทาง ธ.ก.ส.ได้คาดการณ์แล้วว่าจะมีประชาชนเดินทางมาใช้บริการจำนวนมาก ทั้งการเข้ามาติดตามสอบถามและการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินตามหลักเกณฑ์ กรณีผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ต่อปี และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์เป็นผู้ว่างงานจะได้รับเงิน 3,000 บาท ขณะที่ผู้ที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงิน 1,500  บาท

“ทั้งนี้ทางผู้อำนวยการฯ ได้มีการสั่งไปยัง ธ.ก.ส. ทุกแห่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เตรียมสถานที่รองรับประชาชนให้เรียบร้อย เนื่องจากบางสาขาสถานที่อาจจะคับแคบ นอกจากนี้ยังให้จัดหาน้ำดื่มคอยบริการประชาชน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งหมดต้องระดมกำลังบริการประชาชนอย่างเต็มที่ และให้ผู้บริหารสลับสับเปลี่ยนลงพื้นที่ดูแลตามสาขาต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะที่ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอห้วยเม็ก ที่มีประชาชนลงทะเบียนและมีชื่อรับเงินล็อตแรกสูงสุดกว่า 7,196 ราย และสาขาหนองกุงศรี 6,580 ราย วงเงินกว่า 30 ล้านบาท ส่วนนี้ผู้อำนวยการฯ ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง ซึ่งจะคำนึงถึงประชาชนให้มากที่สุด และสำหรับประชาชนที่ยังไม่เปิดบัญชี สามารถมาเปิดบัญชีเพื่อรับเงินได้จนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 59 นี้ และสำหรับผู้ที่มีบัญชีธนาคารแล้วก็นำสมุดบัญชีไปปรับเพื่อตรวจสอบยอดเงินได้ที่ ธ.ก.ส.ใกล้บ้านท่าน ” ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ครม. รับทราบโพล ก.ดิจิทัล ประชาชนพอใจรัฐบาล 7.45 เต็ม 10 หวังลดของแพงเป็นของขวัญปีใหม่
บทความถัดไปวงจรปิดจับภาพเบาะแส “น้องดี” เด็กชายวัย 7 ขวบโดนลักพาตัว เชื่อคนร้ายใช้เกมส์ล่อ