จับ 8 ไนจีเรียแก๊งแสร้งรักออนไลน์ สร้างโปรไฟล์เฟซหรูก่อนทักแชตจีบสาว ลวงเหยื่อโอนเงิน เผยมีคนไทยร่วมขบวนการด้วยแบ่งหน้าที่กันทำ ตร.รับจับยากกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก่อนปรับแผนใหม่ทลายการจับกุม
เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. แถลงจับกุมผู้ต้องหาองค์กรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ “แสร้งสร้างออนไลน์” หรือ โรแมนซ์สแกม จำนวน 3 เครือข่าย ผู้ต้องหา 14 ราย แบ่งเป็น สัญชาติไทย 6 ราย ไนจีเรีย 8 ราย 1.นายอิฟีนยีซูคู เคเมนอายุ 34 ปี 2.นายนักวี ซิมอน ซินวิค อายุ 35 ปี 3.นายอคูลติน อีบูก้า ฟโกฟอ อายุ 33 ปี 4.นายเบเด อิซุนนา เนลเวโอฮา อายุ 37 ปี 5.นายคิงลี่ อินชุกวู อีเซล่า 6.นายโอลิเวอร์ ชิก้า ซามูเอล 7.นายอูเอนยี่ โอเนก้า กาเบี้ยว 8.นายโอโคลี่ วิคเตอร์ ยูโกชุกวู
โดยมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อในพื้นที่ราชบุรี สมุทรสาคร พิษณุโลก ชลบุรี และสน.ดุสิต มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท โดยทั้ง 3 เครือข่ายร่วมกันหลอกลวงประชาชนโดยใช้เฟซบุ๊ก ไลน์ สร้างโปร์หรู ทักแชตพูดคุยลักษณะชู้สาวก่อนจะหลอกให้โอนเงิน มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นขบวนการ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ใช้เวลาการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อสูญเสียเงินตั้งแต่ 3-5 แสนบาท
โดยยอมรับว่าการจับกุมแก๊งโรแมนซ์สแกมยากกว่าการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงได้ปรับแผนใหม่ในการกวาดล้างจับกุม โดยจะสืบสวนจับกุมคนไทยที่ให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ ตั้งแต่การรับเปิดบัญชี รับโอน กดเงิน แม้จะอ้างว่าไม่มีส่วนรู้เห็นก็ตาม ซึ่งจะถูกดำเนินคดีฐานฉ้อโกงประชาชน และมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โทษจำคุก 10 ปี
ทั้งนี้ ปัจจุปันมีชาวไนจีเรียเข้ามาประเทศไทยกว่า 1,400 ราย ซึ่งประสานขอข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่า ในจำนวนนี้เข้ามาในประเทศไทยด้วยจุดประสงค์ใด ใช้วีซ่านักท่องเทียวมาบังหน้า เพื่อก่อเหตุอาชญากรรมหรือไม่ ถ้าพบว่ากระทำความผิดก็จะต้องดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศ แต่หากเข้ามาท่องเที่ยวจริงก็พร้อมดูแล เพราะสร้างรายได้ให้ประเทศ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากแก๊งโรแมนซ์สแกมแล้ว ตำรวจเร่งสืบสวนจับกุมแก๊งหนี้นอกระบบ ที่หลอกลวงชาวบ้านโดยปล่อยเงินกู้ ให้นำโฉนดมาจำนอง มาขายฝาก หรือทำนิติกรรมอำพรางฉ้อฉลต่างๆ ซึ่งผลการกวาดล้างจับกุมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประชาชนเดือดร้อนและแจ้งข้อมูลเข้ามากว่าแสนรายแล้ว โดยภายในสิ้นเดือนนี้คาดว่าจะสามารถคืนที่ดินให้ชาวบ้านได้ประมาณ 2 พันไร่
