ลุงเดือดร้อนหนัก หลังสรรพกร ตามถึงบ้านให้ชำระภาษีเงินได้ งงทั้งบ้านรับจ้าง มีเงินหมุนเวียนปีละกว่าล้านบาท ทำบัตรคนจนก็ไม่ได้ อ้างมีเงินเยอะแล้ว!
ลุงเดือดร้อนหนัก / วันที่ 20 ส.ค. หลังจากเพจ”แจ้งข่าวชาวบุรีรัมย์”ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ 7 ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าครอบครัวได้รับความเดือดร้อน มีเจ้าหน้าที่ของสรรพกรพื้นที่ประโคนชัย มาพบที่บ้านว่าให้ไปยืนแบบภาษี เนื่องจากมีรายได้มากกว่าล้านบาท ทั้งที่มีอาชีพรับจ้างมีฐานะยากจน
เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 287 หมู่ 7 ต.ปังกู พบนายเลียบ เมียดเตียบ อายุ 53 ปี พร้อมครอบครัว เพิ่งเดินทางมาจากการทำงานก่อสร้างที่ จ.นครปฐม เพื่อจะมาพบสรรพกรในพื้นที่ประโคนชัย
สอบถาม น.ส.ปภาวรินทร์ เมียดเตียบ อายุ 28 ปี ลูกสาวนายเลียบ เล่าว่า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่สรรพกรพื้นที่ อ.ประโคนชัย มาที่บ้านถามหาพ่อ จึงบอกไปว่าพ่อทำงานก่อสร้างที่ จ.นครปฐม
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เอาหลักฐานเป็นกระดาษรายงานระบบสรรพกร ระบุชื่อนายเลียบ เมียดเตียบ ว่ามีเงินรายได้ปีละกว่า 1,600,000 บาท ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ทำให้ครอบครัวตกใจ จึงโทรศัพท์ให้พ่อซึ่งทำงานก่อสร้างที่ จ.นครปฐม กลับบ้านด่วน เพราะเกรงว่าจะโดนคดีอาญาเนื่องจากไม่เสียภาษีตามกฎหมาย
จากนั้นได้โทรศัพท์ไปหา บริษัท “มายทรานสปอร์ต จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทที่สรรพกรระบุว่าพ่อของตนมีรายได้เป็นค่าขนส่งจากบริษัทนี้ โดยพนักงานบริษัทอ้างว่าเป็นความผิดพลาดทางบัญชี ตนจึงถามไปว่า “เป็นไปไม่ได้ เพราะมีหลักฐานมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน”
ต่อมาบริษัทยอมรับว่าบริษัทได้เอาชื่อพ่อของตนเข้าไปเป็นผู้มีรายได้จากบริษัทจริง พร้อมจะชดใช้ค่าภาษีที่จะต้องจ่ายให้ แต่ขอร้องไม่ให้ไปแจ้งความกับตำรวจ ตนคิดว่าการกระทำของบริษัทไม่ถูกต้อง เพราะส่งผลกระทบกับครอบครัวโดยตรงหลายด้าน และยังไม่ทราบว่าภายหน้าต่อไปจะโดนอะไรอีก
ด้านนายเลียบ เมียดเตียบ เล่าว่า เมื่อปี 2559 ตนได้ไปทำงานให้กับ บริษัท มายทรานสปอร์ต อยู่ที่ จ.สมุทรปราการ ใช้หลักฐานมีบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และ ใบอนุญาตขับขี่ เป็นหลักฐานตอนสมัครงาน มีหน้าที่ขับรถรับจ้างขนส่งเป็นเที่ยว รวมมีรายได้จากบริษัทนี้ประมาณ 10,000-12,000 บาทต่อเดือน โดยรับเงินค่าจ้างจากบริษัทเป็นเงินสดไม่ได้ผ่านบัญชี
ตนทำงานได้ประมาณ 2 เดือนก็ลาออกไปหาทำงานอื่น จนกระทั่งลูกสาวโทรไปบอกว่าไม่ได้ยื่นแบบภาษีให้กับสรรพกรพื้นที่ เพราะตนมีเงินรายได้ปีละกว่า 1,600,000 บาท จึงรีบกลับบ้านเพื่อจะเข้ามาชี้แจงความจริงกับสรรพกร ว่า ตนหาเช้ากินค่ำมีรายได้เพียงวันละ 300-400 บาทเท่านั้นและไม่เคยไปทำธุรกรรมใดๆ
นายเลียบ ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมาตนกับภรรยา เคยไปยื่นขอทำบัตรคนจนตามโครงการของรัฐบาล แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่บอกว่า “ลุงไม่ผ่านเพราะรวยแล้ว มีรายได้มากแล้ว” ตนรู้สึกแปลกใจว่าคนอื่นที่มีฐานะมากกว่าตน ยังทำบัตรคนจนได้ แต่ตนกลับไม่ได้ จนกระทั่งมาทราบตอนนี้ถึงสาเหตุที่ทำบัตรคนจนไม่ได้
ตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนอย่างหนัก นอกจากจะหวาดผวาว่าจะโดนความผิดแล้ว ครอบครัวยังเสียโอกาสที่จะได้รับสวัสดิการจากภาครัฐตามที่ควรจะได้ จึงอยากจะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับตนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากนายทุนที่เห็นแก่ตัวเอาชื่อของตนไปทำอย่างอื่นโดยที่ตนไม่รู้เห็นด้วย








