ถูกจับไม่เข็ด! เด็กม.6วิ่งราวสร้อยข้อมือทองคำ 5 บาท จากร้านทองในห้างดัง เผยทำทีขอดูสร้อยข้อมือก่อนฉกวิ่งหนีรปภ.ช่วยกันตะครุบตัวไว้ได้ เจ้าตัวรับเพิ่งก่อเหตุชิงทอง 2 แสนกลางห้างดังไม่กี่วัน อ้างหาเงินจ่ายค่าคอร์สเสริมสวยที่จองไว้
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์ ผกก.สน.หลักสอง พ.ต.ท.ชัยพันธุ์ เพ็ชรสดศิลป์ รอง ผกก.สส.สน.หลักสอง และ พ.ต.ท.มงคล มะลิวงค์ รอง ผกก.ป.สน.หลักสอง ร่วมกันจับกุมตัวนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมชื่อดังย่านบางแค
พร้อมของกลางสร้อยข้อมือทองคำ หนัก 5 บาท จำนวน 1 เส้น และสร้อยข้อมือชุบทองคำปลอมหนัก 5 บาท จำนวน 1 เส้น โดยจับกุมตัวได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. อ่านข่าว อึ้ง!ที่แท้เด็กม.6 ชิงทอง 2 แสนกลางห้าง อ้างหาเงินซื้อคอร์สเสริมสวยให้ตัวเอง
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำกำลังตรวจตราอยู่ในพื้นที่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงธน. (บก.น.9) ว่า เกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์ที่ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นบันไดเลื่อน ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว
โดยคนร้ายถูกพลเมืองดีช่วยกันไล่ต้อนวนเวียนหลบหนีอยู่ภายในห้าง จึงรีบนำกำลังฝ่ายสืบสวนและสายตรวจรุดไปตรวจสอบ กระทั่งพบนายเอผู้ต้องหา วิ่งไปจนมุมที่ลานจอดรถ เบื้องต้นจึงควบคุมตัวไว้พร้อมของกลาง ก่อนเชิญตัวมาสอบสวนและแจ้งผู้ปกครองเดินทางมาดูตัวที่โรงพัก
จากการสอบสวนนายเอ ยอมรับว่าเคยมีประวัติก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้นจากร้านทองออโรร่า ชั้น 3 โซนซี ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา จนถูกตั้งค่าหัวและมีการแชร์ภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุตามล่าตัวในโลกโซเชียล ทำให้แม่ต้องรีบพาเข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้รับการประกันตัวออกมา
ซึ่งในคดีดังกล่าวนั้นผู้ต้องหา รับว่าได้เงินมาก็นำไปเข้าคอร์สเสริมความงามในราคา 70,000 บาท ส่วนที่วางแผนลงมือก่อเหตุในวันนี้ เนื่องจากต้องการนำสร้อยข้อมือไปขายหาเงินก้อนไปจ่ายค่าคอร์สเสริมความงาม ซึ่งลงทะเบียนจองเอาไว้ในสถานเสริมความงามที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางแค
ด้าน น.ส.สุจิตรา แสงจันทร์ อายุ 25 ปี พนักงานร้านทอง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุให้บริการลูกค้าอยู่ที่เคาน์เตอร์ตามปกติ จู่ๆ นายเอก็เดินเข้ามาหน้าตู้โดยสวมแว่นตาดำ และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เพื่อขอดูสร้อยข้อมือน้ำหนัก 5 บาท
ตนเห็นว่าขณะนั้นมีลูกค้ามาเลือกซื้อขายทองคำอยู่หน้าร้านจำนวนมาก ประกอบกับผู้ต้องหาผิวพรรณดี พูดจาดี ไม่เหมือนมิจฉาชีพ และคงไม่กล้าก่อเหตุร้าย จึงหยิบออกมาให้เลือกชม จำนวน 3 เส้น กระทั่งนายเอลองสวมสร้อยใส่มือได้จำนวน 1 เส้น ก็รีบวิ่งหนีไป ตนเห็นดังนั้นจึงตะโกนให้พลเมืองดีและรปภ.ช่วยวิ่งไล่ตาม กระทั่งตำรวจมาสมทบและล้อมจับกุมตัวได้ในที่สุด
น.ส.สุจิตรา กล่าวอีกว่า ช่วงที่นายหรั่งวิ่งหนีนั้นนำสร้อยข้อมือที่เป็นทองคำปลอม ซึ่งเตรียมเอาไว้โยนทิ้งระหว่างทางด้วย เชื่อว่าคงวางแผนเตรียมการมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่คิดว่าเยาวชนอายุแค่ 17 ปี จะกล้าลงมือก่อเหตุลักษณะนี้ จนถูกแจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ถึง 2 ครั้งซ้อนในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน
จากการพูดคุยกับมารดาผู้ต้องหาทราบว่า นายเอถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีมาก ครอบครัวส่งเสียให้เรียนหนังสือที่โรงเรียนเอกชนดีๆ วางแผนอยากให้นายเอเรียนกฎหมาย แต่ไม่น่ามาทำแบบนี้ เพียงแค่ต้องการเงินไปเสริมความงามให้ตัวเอง จึงอยากฝากบอกไปถึงนายเอว่า ให้กลับตัวกลับใจ เชื่อว่าสังคมน่าจะให้อภัยอย่างแน่นอน

