เปิดใจ “หมอโดนลักแว่นผ่าตัด” หลังปมดราม่าบ้านพัก เหมือนอยู่บ้านผีสิง

เปิดใจ

เปิดใจ “หมอโดนลักแว่นผ่าตัด” หลังปมดราม่าบ้านพัก เหมือนอยู่บ้านผีสิง เจ้าตัวบอกรู้สึกภูมิใจที่ทางคณะมีบ้านพักให้ แต่ควรดูแลให้มากกว่านี้ เพราะสภาพทรุดโทรมแทบจะอยู่ไม่ได้ ต้องเสียค่าซ่อมเองกว่า 3 แสน

จากกรณีโลกโซเชียลแชร์ภาพบ้านพักของ นพ.ฐิติ จันทร์เมฆา ศัลยแพทย์หัวใจหลอดเลือดและทรวงอกประจำศูนย์หัวใจสิริกิตติ์ ร.พ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม มีป่าขึ้นรกรอบบ้าน รวมทั้งเพิ่งถูกคนร้ายขโมยแว่นผ่าตัดไปเมื่อเร็วๆ นี้ จนต้องย้ายออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้น นพ.ฐิติ ก็ได้ออกมาชี้แจง หลังคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารให้ข้อมูลไม่ตรง โดยระบุว่าอยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่ปี 2556 สภาพบ้านก็ทรุดโทรมอยู่แล้ว มีทั้งปลวก รังหนู จ่ายค่าซ่อมแซมเองไปหลายแสนบาท ทั้งฝ้า กระเบื้อง ไฟฟ้า ท่อน้ำ ประตู ฯลฯ อีกทั้งท่อปะปาแตกก็ยังซ่อมเอง

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 ส.ค. ที่ชั้น 5 ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มข. นพ.ฐิติ เปิดเผยว่า ในความจริงคือการรับบ้านเพื่อเข้าไปอยู่อาศัย ในฐานะแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลนั้นโดยส่วนตัวดีใจ ภูมิใจ และอยู่อย่างมีความสุขเรื่อยมา แต่การอาศัยในบ้านพักแพทย์นั้น การดูแลรักษา ปรับปรุงส่วนต่างๆ ในบ้านคือหน้าที่ของผู้อาศัย เพราะทางคณะฯ ไม่มีงบประมาณให้

ซึ่งก็ต้องยอมรับความจริง และซ่อมแซมเองในทุกๆ อย่างเพื่อให้เป็นที่พักอาศัยที่สมบูรณ์ จึงซ่อมแซมภายในอย่างดีร่วม 300,000 บาท และก็อยู่อาศัยเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2556 จนกระทั่งเกิดเรื่องคนร้ายก่อเหตุเข้ามาขโมยแว่นผ่าตัด และทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ไป

“สภาพที่เห็นคือรังนกพิราบ รังหนู ปลวก คิดว่าซ่อมได้ก็ซ่อมเอง มีบ้านพักให้อยู่ก็ภูมิในมากแล้ว ในขณะที่สภาพแวดล้อม รอบบ้านพัก รกครึ้มไปด้วยต้นไม้ ใบหญ้า ก็อยู่ได้ แต่เมื่อเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้ามาทำการลักทรัพย์ ก็เริ่มคิดเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผมเอง จึงตัดสินใจย้ายออกไปอยู่ที่อื่น” นพ.ฐิติ กล่าว

นพ.ฐิติ กล่าวต่อว่า ขอเป็นตัวแทนแพทย์และบุคลากรหลายๆ คน เพราะมีโอกาสพูดและแสดงความคิดเห็นฝากถึงคณะผู้บริหารว่า ควรใส่ใจดูแลความเป็นอยู่ของบุคลากรชั้นผู้น้อยให้ดีกว่านี้ เช่น พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล บ้านพักบางคนแย่มาก ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมต่างๆ ควรใส่ใจดูแลให้มากกว่าเดิม อย่าบอกว่าบ้านพร้อมอยู่ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่

อยากให้ผู้บริหารมีการชี้แจงและพูดตามความจริง เช่นที่ออกสื่อว่ามีงบประมาณนั้นมีจริงหรือไม่มี ถ้ามีจริงควรจะดูแลเอาใจใส่บุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานในหน้าที่ตัวเองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ด้วย

บทความก่อนหน้านี้พิมล รับเสียดาย “ฟ้า” พ่ายจอมเตะเกาหลีหวิว เชื่อเป็นกำลังหลักในอนาคต
บทความถัดไปหนุ่มรปภ. ยังสาหัส! ญาติดูวงจรปิด มั่นใจ”เจตนาฆ่า” ป้าหัวร้อนยันรับผิดชอบ!