วันที่ 21 ส.ค. ที่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 7 ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ญาติๆ กำลังเร่งเตรียมงานศพ ให้กับ น.ส.พัชธาวัลย์ วงษ์เวช อายุ 23 ปี หรือน้องมุก ซึ่งเสียชีวิตจากการติดเชื้อโรค “H1N1” โดยนายปัญญา วงษ์เวช ส.อบจ.อุทัยธานีเขต 2 อำเภอทัพทัน ซึ่งเป็นลุง ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เดิมทีนั้นก็นึกว่าหลานของตนเป็นไข้หวัดธรรมดาและได้เข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลในเขตนวนคร แล้วไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิภาวดี และสุดท้ายก็ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเกษมราช อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยลักษณะเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดา เป็นตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา และรักษาตัวมากว่า 20 วัน และที่ตรวจพบคือพบเชื้อ H1N1 และได้รักษาตามคลินิกมาเรื่อยๆ โดยน้องมุก นั้นเป็นคนน่าตาน่ารัก สวย นิสัยดี เป็นเสาหลักของครอบครัว จนอยากบอกกับกระทรวงสาธารณะสุขอย่าอยู่นิ่งเฉย ประเทศไทยคงต้องมีคนเสียชีวิตกับโรคนี้อีกหลายคน และอยากให้กระทรวงสาธารณะสุขมีการป้องกันและรู้จักวิธีรักษาเบื้องต้นให้กับผู้ที่เป็นหรือประชาชน

และในตอนนี้ทางครอบครัว คือนายสะอาด วงษ์เวช อายุ 50 ปี และนางนุดจริน วงเวช ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของน้องมุก รวมถึงตัวเองที่เป็นลุง รู้สึกเสียใจมากๆ เพราะอนาคตนั้นยังไปอีกไกล และเพิ่งเรียนจบจากราชภัฎสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี เรียนเรื่องทำอาหารหรือเป็นเชฟ และตอนนี้ทำงานแล้ว ซึ่งไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร ส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพนั้น จะสวด 3 คืน และจะนำไปทำพิธี ฌาปนกิจ ที่วัดตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี

ขณะเดียวกัน นพ.พัลลภ ยอดศิรจินดา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี เปิดเผยว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ H1N1 นั้นจะเกิดขึ้นตามฤดูกาลและพบได้ในประเทศไทยเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้วในทุกๆ ปี โดยปกติแล้วเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีความรุนแรงแต่สามารถติดต่อกันได้ค่อนข้างง่ายและเป็นวงกว้าง ในขณะนี้มีวัคซีนในการป้องกันโรคโดยจัดสรรงบประมาณมาเพื่อใช้วัคซีนกับบางกลุ่มหรือกับประชาชนบางกลุ่ม ซึ่งไม่สามารถฉีดให้กับทุกคนได้ เนื่องจากวัคซีนนั้นมีราคาค่อนข้างแพง โดยใช้กับประชาชนหรือกลุ่มคนที่อาจจะพบกับโรคค่อนข้างรุนแรงหรือใช้กับกลุ่มที่เป็นผู้ป่วยเรื้อรัง หรือคนที่ตั้งครรภ์ และผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการป้องกันโรค บุคคลเหล่านี้ที่ใช้วัคซีนเป็นอันดับแรก รวมถึงผู้สูงอายุด้วย

โดยมีอาสาสมัครสาธารณะสุขเป็นผู้สำรวจในพื้นที่ว่ามีใครบ้างที่จำเป็นต้องใช้วัคซีนและคงไม่สามารถฉีดให้กับประชาชนทุกคนได้ เพราะเป็นวัคซีนที่มีมูลค่าสูง ส่วนการป้องกันนั้นสำหรับผู้ป่วยนั้นก็ต้องสวมหน้ากากอนามัยและพยายามอย่าเข้าไปในแหล่งชุมชนที่ติดต่อกันง่ายๆ สำหรับประชาชนหรือผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อก็ต้องป้องกันตัวเองโดยการสวมหน้ากากอนามัย

สำหรับในโรงเรียนนั้นก็ต้องมีมาตการในการดูแล เด็กคนไหนป่วยหรือเป็นหวัดก็จำเป็นต้องคัดกรองออกไม่ต้องไปโรงเรียน วัดต่างๆ ก็เช่นกันและต้องรีบไปหาหมอเพื่อที่จะรักษา และการล้างมือเป็นสิ่งสำคัญหากล้างมือบ่อยๆจะช่วยให้การแพร่เชื้อนั้นน้อยลงไปแพร่เชื้อเข้าสู่ปากได้หรือลมหายใจของเราได้ ส่วนผู้ที่ป่วยใหม่ๆ นั้นจะมีไข้ขึ้นสูงในช่วงสามวันแรก ต้องรีบไปหาหมอที่โรงพยาบาล เพื่อที่จะตรวจดูว่าจะมีโอกาสติดเชื้อ H1N1 หรือไม่จะได้รักษาทัน สำหรับจังหวัดอุทัยธานีนั้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมาก็มีผู้ติดเชื้อจำนวน 97 รายและเดือนสิงหาคมจำนวน 35 ราย และยังไม่พบการระบาดในโรงเรียน ซึ่งถือว่ายังควบคุมได้ในจังหวัดอุทัยธานี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน