เปิดใจพ่อเฒ่าวัย99 อดีต คนตรวจค่ายญี่ปุ่น เล่าเหตุการณ์สงครามโลกครั้ง 2 เผยนาทีหัวรถจักรจมน้ำแม่กลอง พร้อมนำชี้จุดระเบิด หนัก 1,000 ปอนด์ 3 ลูกที่อยู่ในแม่น้ำ ก่อนจังหวัดเตรียมเก็บกู้พร้อมหัวรถจักร

คนตรวจค่ายญี่ปุ่น / เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากน.ส.กุลวลี นพอมรบดี หลังออกเยี่ยมชาวบ้านในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ได้พบกับอดีตไทยโจ หรือคนตรวจค่ายญี่ปุ่น ที่มาตั้งค่ายใกล้บริเวณสะพานจุฬาลงกรณ์ ที่กำลังมีการเตรียมการในการกู้หัวรถจักรและระเบิดที่ถูกทิ้งในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันมีอายุ 99 ปี และเป็นไทยโจคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ และยังสามารถเล่าถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจน

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว ทราบชื่อคือนายอยู่ กลั่นเกตุ อายุ 99 ปี ชาวชุมชนเขตเทศบาลเมืองราชบุรี โดยยังมีสุขภาพแข็งแรง เดินได้อย่างคล่องแคล่วแม้จะมีอาการเหนื่อยบ้าง อีกทั้งยังมีความจำดี และพูดคุยได้แม่นยำ

สะพานจุฬาลงกรณ์ในปัจจุบัน

นายอยู่ เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นชาวราชบุรีโดยกำเนิด ได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อภายในซอยศรีสุริยวงศ์ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นบ้านที่ได้รับการสืบทอดมาจากรุ่นคุณปู่ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 300 ปี เป็นบ้านที่เก่าแก่ โดยอาศัยอยู่กับภรรยาและหลาน ส่วนลูกทั้ง 7 คนเสียชีวิตหมดแล้ว

ปู่อยู่ เล่าถึงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า ตอนที่ทหารญี่ปุ่นมาตั้งค่ายราวปี 2485 โดยใช้พื้นที่ของวัดเกาะนัมมทาปทวลัญชาราม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี และพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับสะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ทอดข้ามลำน้ำแม่กลอง ที่จะออกสู่กรุงเทพฯ หรือล่องใต้ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้มีกิจการรถไฟ

นายอยู่ เล่าต่อว่า เฉพาะสำหรับสายใต้ได้เชื่อมถนนรถไฟ จากสถานีรถไฟบางกอกน้อยไปถึงสถานีรถไฟเพชรบุรี ทรงโปรดให้มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองสำหรับทั้ง รถยนต์ และรถไฟ และทรงเสด็จเปิด พร้อมพระราชทานนาม “สะพานจุฬาลงกรณ์” เมื่อปี พ.ศ.2444 การคมนาคมขนส่ง จากกรุงเทพฯ มาราชบุรี สู่ภาคใต้จึงสะดวกมากยิ่งขึ้น

บ้านปู่อยู่ ที่ใช้ไม้สักทองที่ได้จากการก่อสร้างสะพานรถไฟมาก่อสร้าง

ปู่อยู่ กล่าวว่า เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 แถบเอเชียก็เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา โดยเช้าวันที่ 8 ธ.ค. พ.ศ.2484 กองทัพญี่ปุ่นซึ่งเป็นฝ่ายอักษะ ได้ยกพลขึ้นบกที่ฝั่งทะเล จ.นครศรีธรรมราช เพื่อใช้ไทยเป็นทางผ่าน เข้ายึดประเทศพม่า ซึ่งขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ฝ่ายสัมพันธมิตร ศัตรูของญี่ปุ่น โดยที่กองทัพญี่ปุ่นได้เคลื่อนพลจากนครศรีธรรมราช ผ่านสุราษฎร์ธานี–ชุมพร–ประจวบคีรีขันธ์–เพชรบุรี-ราชบุรี สู่กาญจนบุรี ซึ่งที่กาญจนบุรี กองทัพญี่ปุ่นต้องเกณฑ์เชลยศึกมาสร้างสะพาน เพื่อยกพลทางรถไฟเข้าสู่พม่า ทำให้เกิดตำนาน “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” มีเชลยศึกล้มตายจำนวนมาก

นายอยู่ เผยเหตุการณ์ในขณะที่กองทัพญี่ปุ่นผ่าน จ.ราชบุรี ได้นำกำลังส่วนหนึ่งมาตั้งค่ายอยู่ที่นี่ ตนเป็นหนึ่งในไทยโจ โดยตอนนั้นอายุประมาณ 22 ปี ทำหน้าที่คอยโบกธงตรวจตราเรือของทหารญี่ปุ่นที่เดินทางมายังค่ายบริเวณท่าน้ำหัวเกาะ วัดเกาะนัมมทาปทวลัญชาราม และยังทำหน้าที่คอยเดินตรวจตราค่ายของทหารญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดความสงบสุข สามารถอยู่กันได้ โดยที่บ้านของตนจะเป็นสถานที่เก็บเหล้าไหที่ทหารญี่ปุ่นบรรทุกมากับเรือ ซึ่งทำอยู่ราว 3 ปี ก่อนที่ทางการจะแต่งตั้งให้ตนเป็นไทยเสรี เพื่อทำหน้าที่ดูกองทัพญี่ปุ่น

ปู่อยู่ในวัย99 เล่าเหตุการณ์การณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เคยลืม

จากนั้น ปู่อยู่ ได้พาทีมข่าวไปยังสะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ จุดที่ฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิด 3 ครั้ง โดยครั้งแรกในคืนวันที่ 14 ม.ค.2488, ครั้งที่ 2 คืนวันที่ 30 ม.ค.2488 และครั้งสุดท้าย คืนวันที่ 11 ก.พ. 2488 ซึ่งเป็นลูกระเบิดแบบตั้งเวลา มาระเบิดในรุ่งเช้าของวันที่ 12 ก.พ.2488 ทำให้สะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ฝั่งตัวเมืองราชบุรีขาดได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้สัญจรได้ ส่งผลให้กองทัพญี่ปุ่นไม่สามารถซ่อมแซมสะพานจุฬาลงกรณ์กลับได้ทันเวลา จึงเลือกที่สร้างทางรถไฟใหม่ ทางด้านเหนือน้ำ (แนวสะพานธนะรัชต์ปัจจุบัน) โดยระดมไม้เสา ไม้ซุง ต่างๆ มาปักทำเป็นตอม่อชั่วคราว

ปู่อยู่ เผยถึงกลยุทธที่ทำให้สะพานพัง ว่า ทหารญี่ปุ่นให้ทางชาวไทยไปหาท่อนซุง หรือต้นไม้มาทำเสาตอม่อ โดยชาวไทยได้นำไม้นิ้ว หรือ ไม่นุ่น ขนาดใหญ่มาให้ทางญี่ปุ่น ซึ่งเห็นว่าเป็นไม้ท่อนใหญ่จึงให้นำไปเสาตอม่อสะพาน โดนไม้นิ้วเป็นไม้ที่เปราะและหักโค่นง่าย ส่วนที่พื้นสะพานและราวสะพานญี่ปุ่นได้เลือกใช้ไม้สักทองเพราะคิดว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง จนสามารถสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำแม่กลองได้สำเร็จ

นายอยู่ กลั่นเกตุ อายุ 99 ปี อดีตคนตรวจค่ายญี่ปุ่น

“ญี่ปุ่นจึงนำหัวรถจักรของ รฟท. มาลองวิ่งทดสอบดู เริ่มต้นตั้งแต่หัวสะพานฝั่งด้านเมืองราชบุรี ขาล่องใต้ วิ่งข้ามไปยังฝั่งค่ายบูรฉัตร ขาเข้ากรุงเทพฯ การวิ่งบนสะพานรถไฟชั่วคราวผ่านไปได้ด้วยดี จากนั้น ได้ทดลองวิ่งถอยหลังกลับมาทางฝั่งเมืองราชบุรี ปรากฏว่า ตอม่อชั่วคราวไม่สามารถรับน้ำหนักได้ เนื่องจากเป็นไม้ที่เปราะหักง่าย สะพานจึงหัก ส่งผลให้หัวรถจักรที่นำมาทดลองวิ่งจมลงสู่ใต้น้ำบริเวณใต้สะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ ที่ปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐานจนถึงปัจจุบัน” พ่อเฒ่า อดีต คนตรวจค่ายญี่ปุ่น เล่า

นายอยู่ กล่าวอีกว่า ทำให้ทหารญี่ปุ่นไม่สามารถใช้เส้นทางสู่ทางภาคใต้ ส่วนผู้นำทัพทหารญี่ปุ่นไม่สามารถดูแลกองกำลังพลและปฏิบัติภาระกิจไม่สำเร็จ จึงได้จบชีวิตตนเองต่อหน้ากำลังพล ด้วยการใช้มีดคว้านท้อง ส่วนศพได้ทำการฝังที่บริเวณวัดเกาะนัมมทาปทวลัญชาราม และที่หน้าวัดศรีชมพูราชศรัทธาราม ถ.มนตรีสุริยวงศ์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ในปัจจุบัน

สะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ในอดีต

นอกจากนี้ ปู่อยู่ ยังเล่าด้วยว่า ส่วนลูกระเบิดที่ฝ่ายสัมพันธมิตรนำมาทิ้งเพื่อระเบิดสะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์นั้น ตนจำได้ว่า ลูกระเบิดขนาด 1,000 ปอนด์ หลงเหลือ 3 ลูกที่อยู่ในแม่น้ำแม่กลอง บริเวณใกล้เคียงกับหัวรถจักรที่จมอยู่ใต้แม่น้ำแม่กลองและไม่มีการระเบิดมาจนถึงปัจจุบันก็ราวกว่า 73 ปีแล้ว หลังจากที่ค่ายญี่ปุ่นแตกตนก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติและก็ยังคงเป็นไทยเสรี ซึ่งก็ได้ไม้สักทองที่ได้จากการก่อสร้างสะพานรถไฟที่พังทลายลง 7 ชิ้น และนำมาแปรรูปเป็นไม้เท้าแขน ผนังบ้าน กับหลังคาที่ด้านหน้าของตัวบ้านหลังดังกล่าว และยังคงจำภาพและเรื่องราวในเหตุการณ์ครั้งนั้น หรือ สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เป็นอย่างดีไม่มีวันลืมเลือน แม้จะอายุ 99 ปี

ส่วนด้านการเตรียมความพร้อมในการเก็บกู้วัดถุระเบิด กับ หัวรถจักร ที่อยู่ภายในใต้น้ำแม่น้ำแม่กลอง นายวีรัส ประเศรษโฐ รอง ผวจ.ราชบุรี ประธานคณะทำงานเพื่อประสานงานและดำเนินการการก่อสร้างรถไฟทางคู่ในพื้นที่จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะทำงานได้เตรียมความพร้อมและพูดคุยกันแล้ว โดยในวันที่ 10 ก.ย.นี้ จ.ราชบุรี และ รฟท. ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งมด ทั้งในด้านการทำลายวัตถุระเบิด หน่วยซีล นักประดาน้ำ ทหารอากาศ ทหารเรือ และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เข้าร่วมประชุมและวางแผนในการดำเนินการ

ทหารญี่ปุ่นบนสะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์

รอง ผวจ.ราชบุรี กล่าวต่อว่า โดยคาดว่าช่วงประมาณต้นปี 2562 จะได้ดำเนินการกู้ขึ้นมา ส่วนช่วงนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะอยู่ในช่วงน้ำหลากที่เกิดจากการพร่องน้ำของเขื่อนแม่กลองที่จ.กาญจนบุรี น้ำในแม่น้ำแม่กลองไหลเชี่ยวและมีปริมาณสูง หากน้ำลดลงและมีทัศนวิสัยที่ดีก็จะเริ่งดำเนินการทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน