เมื่อวันที่ 18 ก.ย. เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ใน ต.เมืองมาย อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรหลายหมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านไผ่งาม หมู่ 4 บ้านไผ่แพะ หมู่ 5 และบ้านไผ่ทอง หมู่ 6 โดยกระแสน้ำได้ไหลเชี่ยวกราดอย่างแรง มีความสูงถึง 1.50-2 เมตร หลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายมากกว่า 150 หลังคาเรือน พัดพาเอาเศษกิ่งไม้ใหญ่มากับกระแสน้ำ ชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถขนย้ายข้าวของได้ทัน ต้องหนีเอาตัวรอดออกมาก่อน นอกจากนั้น น้ำยังได้ซัดคอสะพานชำรุดจนทำให้ถนนทางลัดไป อ.แจ้ห่ม ถล่มลงมา ไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรผ่านได้
หลังเกิดเหตุนายสันติ นฤมิตร นายอำเภอแจ้ห่ม นายไสว ลาบเกิด นายก อบต.เมืองมาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัด ปภ.เขต 10 ลำปาง ทหารจาก มทบ.32 ทหารหน่วยฝึกรบพิเศษค่ายประตูผา อส. ฝ่ายปกครองฯลฯ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือชาวบ้าน ด้วยการเก็บกวาดเศษซากกิ่งไม้ที่ได้ทับถมกันอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆภายในบ้านที่ยังสามารถใช้งานได้ นำไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย พร้อมกับทำความสะอาดบ้านเรือนในบางส่วน

ยังมีรายงานว่าน้ำป่าได้ไหลหลากในพื้นที่บ้านช่อฟ้าหมู่ที่ 5 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม เข้าบ้านท่วมบ้านเรือนของราษฎรที่อยู่อาศัยตามริมลำห้วยได้รับความเสียหายหลายหลัง ส่วนพื้นที่ทำการเกษตรคาดว่าเสียหายนับร้อยไร่ แต่ยังไม่สามารถเข้าสำรวจได้ เนื่องจากเส้นทางเข้าสู่บ้านช่อฟ้าถูกตัดขาดเนื่องจากน้ำท่วมเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้
จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากดังกล่าว ทางเขื่อนกิ่วลมได้รับปริมาณน้ำเข้าภายในเขื่อนอัตราน้ำไหลเข้า 285 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายออก 30 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังไม่กระทบกับแม่น้ำวังทางท้ายเขื่อนแต่อย่างใด แต่หากน้ำเหนือเขื่อนมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องมีการระบายน้ำออกเพิ่มขึ้น ในพื้นที่ลุ่มต่ำจึงจะต้องระมัดระวังอาจเกิดน้ำท่วมได้