เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ร.ต.อ.ณรงค์ชัย คงช่วย รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจากนายบุญส่ง ตรึกตรอง สารวัตรกำนัน ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ว่าชาวบ้านพบซากโลมาสีชมพูขนาดใหญ่ มาตายเกยตื้นอยู่ที่ริมหาดทะเลพื้นที่ ม.1 ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จึงนำกำลังไปตรวจสอบ
ซึ่งเมื่อไปถึงพบซากโลมาสีชมพูขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นโลมาปากขวด ที่อาศัยอยู่ในทะเลอ่าวไทยเขต จ.นครศรีธรรมราช นอนตายเกยตื้นอยู่บนชายหาดดังกล่าว ตามลำตัวมีบาดแผลถลอก
สอบถามชาวบ้านรายหนึ่ง ระบุว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ออกเดินริมทะเล ซึ่งมีคลื่นขนาดใหญ่พอสมควร มาถึงที่เกิดเหตุเห็นซากโลมานอนตายอยู่ริมหาด จึงเข้าตรวจสอบพบว่าบางจุดของตัวซากโลมามีบาดแผลถลอก ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากโลมาป่วยและมีคลื่นลมแรง ทำให้มันหมดแรงก่อนจะถูกคลื่นซัดมาเกยฝั่งริมทะเล หลังจากนั้นชาวบ้านจึงช่วยกันขุดหลุมฝังซากโลมา เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบถึงสาเหตุการตายอีกครั้ง
นายบุญส่ง กล่าวว่า ที่ผ่านมามีโลมาตายเกยตื้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งโลมาสีชมพูนั้นเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยว อ.ขนอม และตายทีละตัวๆ จนเกือบหมดไปจากทะเลในเขตพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แล้ว อีกหน่อยลูกหลานคงไม่ได้เห็นโลมาเป็นๆ หากไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยกันอนุรักษ์ป้องกันให้มันอยู่รอด และอาจะสูญพันธุ์ในอนาคตได้

