ระทึก!ต้นโพธิ์ใหญ่อายุกว่า 100 ปี ในมช. ล้มทับรถจักรยานยนต์ เก๋ง กระบะ รวม 8 คัน กลางสี่แยกไฟแดง นักศึกษาราชภัฏได้รับบาดเจ็บหลายราย คาดลำต้นคงผุโดนลมพัดแรงเลยล้มทับรถ
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เกิดเหตุต้นโพธิ์ใหญ่ ริมรั้วหอศิลปและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) หักกลางลำต้นล้มทับประชาชนที่สัญจรไปมา บนท้องถนนบริเวณสี่แยกสาธารณสุขเชียงใหม่ ฝั่งตลาดต้นพยอม (ขาเข้าเมือง) ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย และมีรถยนต์เสียหายจำนวนมาก
ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสบเหตุต่างพากันเข้าไปช่วยเหลือ ประสานรถกู้ภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศบาลนำเลื่อยมาตัดกิ่งไม้ออก และเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าดำเนินการช่วยเหลือเป็นการด่วน เพราะมีสายไฟฟ้าแรงสูงที่อยู่ใกล้เคียงถูกเกี่ยวลงมาเสียหายบางส่วนด้วย
ทั้งนี้ มีนักศึกษา 3 รายที่ขับขี่รถจักยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ โดยรายแรกเป็นนักศึกษาชาย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ขับรถจักรยานยนต์สีน้ำเงิน กู้ภัยต้องดามลำคอ และมีอาการแน่นหน้าอก เจ็บที่บริเวณไหล่และหลัง
ส่วนอีก 2 ราย เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งคู่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักยานยนต์เวสป้าสีขาว นักศึกษาชายหน้าซีด เป็นลม แน่นหน้าอก ปวดบริเวณไหล่และหลัง ส่วนนักศึกษาหญิงมีบาดแผลที่เท้า
ทั้งหมดถูกส่งไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดยังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร และยังมีรถยนต์ได้รับความเสียหายที่หลังคาและกระจกรถ อีกรวม 4 คัน เป็นรถกระบะ 2 คัน และรถยนต์เก๋ง 2 คัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในนั้นเป็นรถยนต์ป้ายแดง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เพราะนั่งติดอยู่ภายในรถและค่อยๆ ทยอยเปิดประตูออกมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้น
พยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ฝั่งที่ต้นโพธิ์หักนั้นสัญญาณไฟจราจรกำลังเป็นไฟเขียว ขณะที่ทุกคนกำลังขับขี่รถผ่าน แต่จู่ๆ กิ่งขนาดใหญ่ของต้นโพธิ์ก็หักลงมาทับ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เพราะเบรกหรือหลบไม่ทัน
นายณัฐฐ์ชูเดช วิริยดิลกธรรม รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุเร่งนำเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ โดยต้นโพธิ์ดังกล่าวเป็นต้นโพธ์เก่าแก่น่าจะมีอายุกว่า 100 ปี ติดอยู่กับรั้วของ มช.และคงจะผุบางส่วน
รวมทั้งช่วงบ่ายวันนี้มีพายุพัดลมแรงมาในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ลำต้นอาจจะต้านทานน้ำหนักไม่ไหว จึงหักกลางลงมา หลังจากนี้อาจจะต้องตัดทิ้ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก
ภาพบางส่วนจาก เฟซบุ๊กเชียงใหม่นิวส์



