เตือน 12 จว.ใต้รับฝนหนักถึง 7 ม.ค. นครศรีฯ สลด-น้ำซัดกระบะปลิว แม่ลูกดับสลดคารถ 2 ศพ เก๋งอีกคันก็โดนน้ำพัดจม-ยังหาร่างหนุ่มไม่เจอ หลายอำเภอยังท่วมนับเมตร โต้ 4 อ่างเก็บน้ำแตก ส่วนรถไฟลงใต้ยังหยุดวิ่งต่อเนื่อง-จอดที่สุราษฎร์ฯ ถนนหลายสายท่วม-เร่งอพยพหนีกันวุ่น เกาะสมุยก็วิกฤตท่วม-เครื่องบินขึ้นไม่ได้ ร.พ. หลังสวนอ่วม น้ำหลากจม-ย้ายคนไข้อลหม่าน ตรังเตือน 5 อำเภอรับมือน้ำ หลากซ้ำ กระบี่ขึ้นธงแดงห้ามเล่นน้ำ-เรือประมงออก ส่วน 3 จว.ใต้ก็อ่วม “บิ๊กแป๊ะ” ลุยน้ำท่วมนราฯ ให้ตร.ช่วยชาวบ้านเก็บกวาด-ส่งเรือ 150 ลำ บิ๊กตู่นำทีมลงตรวจ น้ำท่วมที่ระแงะ

เตือน 12 จว.ใต้รับฝนถล่มหนัก

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกแจ้งเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส จ.ระนอง จ.พังงา จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่ จึงขอให้ประชาชนระวังอันตราย จากฝนตกหนักถึงวันที่ 7 ม.ค. ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือเดินเรือ เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1-2 วัน

สำหรับสถานการณ์ฝนตกหนักและ น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ เริ่มจาก จ.นครศรี ธรรมราช เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมตลาด อ.ทุ่งสง เต็มพื้นที่ ระดับน้ำบางจุดสูงกว่าเมตรครึ่ง โดยเฉพาะในตลาดและย่านธุรกิจ รวมถึงสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง สถานีตำรวจและที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือสัญจร

ส่วน อ.ร่อนพิบูลย์ น้ำป่าไหลทะลักท่วมถนนสายหลักร่อนพิบูลย์-ทุ่งสง สูงเกือบ 50 ซ.ม. รวมถึงรางรถไฟบ้านเขาน้อยและ เขาชุมทอง ทำให้รถไฟวิ่งผ่านไม่ได้ ขณะที่ อ.ลานสกา ซึ่งถือเป็นต้นน้ำมีน้ำป่าทะลักเข้าท่วมตลาดลานสกาสูงกว่าเมตรเช่นกัน โดยโรงเรียนหลายแห่งต้องประกาศหยุดไม่มีกำหนดด้วย สำหรับ อ.นบพิตำ น้ำซัดสะพานและถนนขาดหลายสาย เจ้าหน้าที่ต้องติดตั้งเสาและใช้เชือกผูกโยง ก่อนชักลากกระเช้านำชาวบ้านและสิ่งของข้ามไปมา ก่อนเร่งนำสะพานแบริ่งมาติดตั้งต่อไป

ภาพบน-ตัดขาด- สภาพน้ำท่วมในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ถนนสาย 41 ต.เสม็ด อ.ไชยา ต้องปิดการจราจร เนื่องจากน้ำท่วมสูง รถทุกชนิดผ่านไป ไม่ได้ โดยขาขึ้นสัญจรไปได้เพียงแค่หน้าสวนโมกขพลารามเท่านั้น เมื่อวันที่ 5 ม.ค.
ภาพล่าง-น้ำป่าซัด- เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันกู้ รถปิกอัพที่ถูกน้ำป่าซัดจมลงในคลองริมถนน หน้ามทร.ศรีวิชัย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แม่ลูกที่ติดอยู่ในรถสำลักน้ำเสียชีวิตทั้งคู่ อีกรายรถเก๋งที่ถูกน้ำป่าซัดเช่นกัน คนขับที่ติดอยู่ในรถยังหายสาบสูญ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.

น้ำซัดรถปลิว 2 คัน-แม่ลูกดับ

นายจำเริญ ทิพยพงษ์ธาดา ผวจ.นครศรีฯ เผยว่า อ.ทุ่งสง อ.ชะอวด และ อ.ลานสกา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนักสุด เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลือ ส่วนนายปริญญา สัคคะนายก ผอ.ชลประทานที่ 15 ยืนยันว่าขณะนี้อ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่ง คือ ห้วยน้ำใส คลองดินแดง กะทูน และเสม็ดจวน แม้น้ำจะ ล้น แต่อ่างเก็บน้ำยังมั่นคงแข็งแรง ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลและอย่าเชื่อข่าวลืออ่างเก็บน้ำแตก

นอกจากนี้ยังเกิดเหตุไม่คาดคิด เมื่อกระแสน้ำป่าที่ไหลแรงได้ซัดรถกระบะอีซูซุ ปลิวหายไปในคลองริมถนน หน้า ม.เทคโน โลยีศรีวิชัย ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามช่วยเหลือคนติดในรถ แต่เนื่องจากน้ำไหลแรงมากจึงยากแก่การช่วยเหลือ จนผ่านไปหลายชั่วโมง เจ้าหน้าที่นำร่าง 2 แม่ลูกออกจากรถ ทราบชื่อนางจิรา อ่อนเกตุพล อายุ 52 ปี และนายเอกรินทร์ อ่อนเกตุพล อายุ 21 ปี รวมทั้งยังมีรถเก๋งฮอนด้าอีกคันถูกน้ำป่าซัดปลิวหายไปกับกระแสน้ำตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา กระทั่ง เจ้าหน้าที่พบรถในตอนเช้า แต่ไม่พบร่าง คนขับ จึงเร่งระดมกำลังค้นหา

รถไฟใต้ยังหยุด-บินขึ้นไม่ได้

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลายพื้นที่ยังถูกน้ำท่วมหนัก ถนนในตัวเมืองมีน้ำท่วมขัง หลายสาย เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดถนนบางจุด เนื่องจากน้ำท่วมสูงและระบายน้ำไม่ทัน ชาวบ้านเร่งนำกระสอบทรายมากั้นน้ำไว้ด้วย เพราะฝนยังตกต่อเนื่อง ขณะที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน รถไฟ 8 ขบวนจอดตกค้างทั้งขึ้น-ล่อง เนื่องจากรางรถไฟช่วงบ้านเขาพนมแบก อ.ท่าชนะ ถูกกระแสน้ำพัดหินรองรางหายไป และมีผู้โดยสาร 300 คนตกค้าง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จัดรถโดยสารไปส่งที่ ต.เขานิพันธ์ อ.เวียงสระ ส่วนผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางต่อได้ จึงจัด ตู้โบกี้รถไฟให้พักชั่วคราว

ส่วนในพื้นที่รอบนอก ทั้ง อ.กาญจนดิษฐ์ อ.ดอนสัก อ.บ้านนาสาร อ.ท่าชนะ อ.ไชยา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน ระดับน้ำหลายจุดสูง 1-2 เมตร ชาวบ้านเป็นห่วงอาจรุนแรงเหมือนปี 2554 และเร่งอพยพย้ายของขึ้นที่สูงอลหม่าน บางส่วนย้ายไม่ทันทำให้ข้าวของพังเสียหาย นอกจากนี้ถนนยังถูกน้ำท่วมและน้ำซัดจนขาดหลายสาย

ขณะที่ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา ในพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมสูงเกือบ 3 เมตร ส่วนในชุมชนท่วมนับเมตรเช่นกัน ส่วนถนนสายเอเชีย บริเวณแยกหนองนิล อ.ท่าชนะ และแยกไชยา อ.ไชยา ต้องปิดการจราจร เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงรวดเร็ว สถานการณ์โดยรวมถือว่าวิกฤต สำหรับ อ.กาญจนดิษฐ์ มีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะบนถนนสามแยกบ้านกรูด รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ อีกทั้งฝนยังตกต่อเนื่องทั้งวัน ซึ่งมีชาวบ้านได้รับผลกระทบแล้ว 2,500 ครัวเรือน

สำหรับเกาะสมุยเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนทวีราษฎร์ภักดี ถูกน้ำท่วมยาวนับก.ม. สูง 30 ซ.ม. เช่นเดียวกันอีกถนนหลายสาย ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวตกค้างจำนวนมาก เนื่องจากเครื่องบินขึ้นลงไม่ได้ สาเหตุอากาศปิด ส่วน อ.บ้านนาสาร น้ำป่าไหลหลากซัดต้นไม้และกิ่งไม้มาโดนสะพานข้ามคลองจนพังเสียหาย 20 เมตร ทำให้รถวิ่งผ่านไม่ได้ ชาวบ้านต้องใช้เส้นทางอ้อมกว่า 10 ก.ม. เพื่อไปซื้ออาหารมากักเก็บไว้

จมร.พ.หลังสวน-อพยพวุ่น

ที่ จ.ชุมพร ฝนยังตกหนักและน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ทั้ง อ.หลังสวน อ.พะโต๊ะ อ.ทุ่งตะโก อ.ละแม โดยบริเวณถนนสาย 41 หน้าร.พ.หลังสวน น้ำจมถนนสูงกว่า 30 ช.ม. และไหลเข้าท่วมอาคารคนไข้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งย้ายคนไข้กันอลหม่าน ส่วนถนนสายหลังสวน-พะโต๊ะ มีดินภูเขาสไลด์ ส่งผลให้ต้นไม้ล้มฟาดเสาไฟแรงสูงขวางถนน รถติดขัดเป็นทางยาว อีกทั้งยังมีหินถล่มทับเส้นทางอีก 3 จุดด้วย นอกจากนี้น้ำป่ายังท่วมถนนหน้า สภ.ทุ่งตะโก รถวิ่งผ่านลำบาก

ที่ จ.ตรัง น้ำท่วมสูงใน 6 ชุมชนเขตเทศบาลนครตรัง ชาวบ้านเดือดร้อนแล้ว 1 พันครอบครัว รวมถึงถนนเพชรเกษม สายตรัง-พัทลุง มีน้ำท่วมสูง 60 ซ.ม. โดยนาย ศิริพัฒ พัฒกุล ผวจ.ตรัง กล่าวว่า ประกาศให้ 5 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วมฉุกเฉิน ได้แก่ อ.รัษฎา อ.นาโยง อ.ห้วยยอด อ.วังวิเศษ และ อ.เมืองตรัง มีประชาชนเดือดร้อนเกือบ 10,000 หลัง หรือกว่า 20,000 คน ซึ่งคาดว่าจะมีมวลน้ำก้อนใหญ่จาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ไหลมาท่วมซ้ำทั้ง 5 อำเภออีกรอบ จึงแจ้งเตือนชาวบ้านให้รับมือ

ที่ จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่อุทยานเกาะไม้ไผ่ปักธงแดงบริเวณหาดบนเกาะไม้ไผ่ ต.อ่าวนาง อ.เมือง เพื่อเตือนเรือนำเที่ยวและ เรือประมงให้ระมัดระวังอันตรายจากคลื่น ลมแรง เช่นเดียวกับอุทยานเกาะห้องก็มีคลื่นลมแรง เจ้าหน้าที่ปักธงแดงเตือนเช่นกัน

“บิ๊กแป๊ะ”ลุยน้ำท่วมนราฯ

ที่จ.นราธิวาส พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และคณะ ลงพื้นที่อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และเยี่ยมประชาชน โดยมีพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. และนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก พาเดินทางไปศูนย์อพยพชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 ซึ่งมี ผู้อพยพน้ำท่วมจาก 9 ชุมชน รวม 66 ครัวเรือน ก่อนพูดคุยถึงความเดือดร้อนและความต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในเรื่องเก็บกวาดสิ่งปฏิกูลภายในบ้านพัก ผบ.ตร.จึงสั่งการให้พ.ต.อ. กองอรรถ สุวรรณขำ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังเรียกประชุมวางมาตรการดูแลนายกฯที่จะลงพื้นที่ในวันที่ 6 ม.ค.

ต่อมาพล.ต.อ.จักรทิพย์ เดินทางไปยังชุมชนท่าชมพู่ ที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำสุไหงโก-ลกล้นตลิ่ง มีระดับน้ำท่วมขังสูง 1.50 เมตร ก่อนนั่งเรือแจกเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชน 100 คน ระหว่างทางพบบ้าน 2 ชั้น บางหลังขึ้นป้ายประกาศขายหนีน้ำ เนื่องจากเจ้าของเบื่อหน่าย น้ำท่วมขังซ้ำซาก

ปัตตานียังท่วมนับเมตร

ที่จ.ปัตตานี สถานการณ์ยังมีน้ำท่วมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนติดแม่น้ำ แม้ปริมาณฝนลดลง แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มคล้ายแอ่งกระทะ และระดับน้ำอยู่ในแนวเดียวกับแม่น้ำ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปได้ยาก เช่นเดียวกับต.บาราเฮาะ อ.เมือง น้ำยังท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจร นอกจากนี้น้ำยังทะลักเข้าท่วมโรงเรียนบ้านปะกาลิมาปุโระ จนชั้นล่างอาคารจมน้ำ ส่วนพื้นที่โดยรอบโรงเรียนน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร จึงต้องหยุดเรียนไม่มีกำหนด เช่นเดียวกับอีก 6 โรงเรียนต้องหยุดเรียนด้วย

ส่วนชาวบ้านกังวลเรื่องขยะ เนื่องจาก พบขยะลอยมากับน้ำจำนวนมาก โดยใน จ.ปัตตานี ถูกน้ำท่วมแล้ว 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.หนองจิก อ.ยะรัง อ.โคกโพธิ์ อ.สายบุรี อ.แม่ลาน และอ.กะพ้อ ได้รับ ผลกระทบ 3,837 ครัวเรือน

“บิ๊กตู่”นำทีมตรวจน้ำท่วมใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. มีกำหนดเดินทางไปยังจ.นราธิวาส เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วม ประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง และประชุมกรอ.กลุ่มจังหวัด ในวันที่ 6 ม.ค. โดยเวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางจากท่าอากาศยาน บน.6 ดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานนราธิวาส จากนั้นเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังศาลากลางจังหวัดนราธิวาส เพื่อประชุมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ก่อนประชุมด้านความมั่นคงและกรอ.กลุ่มจังหวัด จากนั้นช่วงบ่าย นายกฯ และคณะเดินทางด้วยรถยนต์ไปที่ว่าการอำเภอระแงะ เพื่อรับฟังสรุปสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชน 1,000 คน และพบปะพูดคุย นอกจากนี้ นายกฯจะเดินไปที่มัสยิดกลาง อ.ระแงะ เพื่อมอบถุงยังชีพอีก 1,000 ชุด ก่อนเดินทางกลับเวลา 16.20 น.

ที่หัวลำโพง พ.ต.อ.สุรพงษ์ ถนอมจิตร รรท.ผบก.รฟ. พร้อมพ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รรท.ผบก.สท. และนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศ ไทย นำกำลังเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายเรือ ท้องแบน 150 ลำขึ้นรถไฟ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่น้ำท่วมในภาคใต้

พ.ต.อ.สรุพงษ์เปิดเผยว่า หลังพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร สั่งการให้จัดหาเรือท้องแบน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยเรือทั้งหมดจะส่งผ่านขบวนรถไฟสายใต้ปลายทางสถานีรถไฟพุนพิน ก่อนกระจายให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน รวมถึงผู้สนใจ ช่วยเหลือยังบริจาคเรือเพิ่มเติมได้ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติและทุกโรงพัก

เร่งช่วยพระ-วัดที่ประสบภัย

ด้านนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า สำนักพุทธฯ ประสานงานให้สำนักงานพระ พุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมช่วยเหลือพระสงฆ์และวัด ที่ประสบภัย ขณะนี้ทราบว่าจ.นครศรี ธรรมราช ได้รับผลกระทบมากสุด โดยมีวัดได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า 500 วัด

พระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในฐานะเลขานุการสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ เปิดเผยว่า มอบหมายให้พระธรรมทูตอาสา พระวิทยากรในจังหวัดที่ประสบภัยออกช่วยเหลือพระสงฆ์ในพื้นที่และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว

ช่วยถึงที่- พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัยพร้อมมอบถุงยังชีพแก่ราษฎรในพื้นที่ และที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัยของเทศบาล เมื่อวันที่ 5 ม.ค.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน