เปิดคำพิพากษา พฤติกรรมโหด 11 ชายฉกรรจ์เกาะแรด รุมข่มขืน ด.ญ.วัย 14 ปี ถึง 16 ครั้ง !!

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

รุมข่มขืน ด.ญ.วัย 14 ปี – คดีข่มขืน ด.ญ.อายุ 14 ปี ที่เกาะแรด หมู่ที่ 6 ต.หล่อยูง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ถือเป็นเรื่องราวที่สะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิง ถูกชายฉกรรจ์หลายสิบคนรุมข่มขืน ทั้งยังบังคับให้เสพยา พร้อมทั้งถ่ายคลิปไว้ข่มขู่ ห้ามนำเรื่องดังกล่าวออกไปบอกกับใคร จนเรื่องถึงหูแม่ผู้เสียหาย จึงนำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อทวงความยุติธรรม

กระทั่งวันที่ 25 ต.ค. ศาลจังหวัดพังงา มีคำพิพากษาในคดีดำที่ 966/2560 และคดีดำที่ 1998/2560 สรุปสาระสำคัญได้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ประกอบด้วย นายวรชิต หรืออิฉา คงบุตร จำเลยที่ 1 นายชาติชาย หรือเล็ก ศรีรัตน์ จำเลยที่ 2 นายบุญพจน์ หรือ อาหลี นนทรี จำเลยที่ 3 นายเฉลิม หรือ หว๋าบำ สามีน จำเลยที่ 4 นายสุชีพ หรือ บังเดช สุเมน จำเลยที่ 5 นายธวัชชัย หรือ ยูนุส เถาว์กู

จำเลยที่ 6 นายณัฐวุฒิ หรือ กาหลีม บุตรน้อย จำเลยที่ 7 นายกีรติ หรือ อาหมาด สุเมน จำเลยที่ 8 นายสายัณห์ หรือ ย้อย สุเมน จำเลยที่ 9 นายรังสันต์ หรือ ฮาสัน ชายเลี้ยง จำเลยที่ 10 และนายนาวิก หรือ หลี จารึก จำเลยที่ 11 ถูกมารดา และเด็กหญิงอายุ 14 ปี บ้านเกาะแรด กล่าวหาว่าร่วมกันกับเพื่อนบ้านอีกกว่า 40 คน รุมข่มขืนกระทำชำเรา

โดยผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงภายในบ้านพักที่บ้านเกาะแรดจริง รวม 16 ครั้ง เริ่มข่มขืนครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ค.59 ตั้งแต่ช่วงเวลา 23.30 น. หลังบิดา–มารดาเด็กหญิงออกไปกรีดยางพารานอกบ้าน นายวรชิต บุกเข้าไปในบ้านพัก ทางหน้าต่างข้างบ้าน ลงมือข่มขืนเป็นคนแรก

ต่อมาชักชวนเพื่อนสนิทมาร่วมข่มขืนกระทำชำเราซ้ำอีกหลายครั้ง และถ่ายรูป และคลิปวีดีโอขณะก่อเหตุเพื่อข่มขู่เด็กหญิงอีกด้วย แทบทุกครั้งที่บุกเข้าไปข่มขืนเด็กหญิงภายในบ้านนายวรชิต จำเลยที่ 1 และนายวรพจน์ จำเลยที่ 3 มักบังคับให้เด็กหญิงเสพยาเสพติด ซึ่งเป็นผงสีขาว และเม็ดสีแดง

โดยนำใส่กระดาษตะกั่วทำเป็นรูปเรือ ใช้ไฟแช็กลนให้เกิดควัน แล้วบังคับโดยการกดหัวเด็กหญิงให้สูดดมควัน จนเกิดอาการมึนงง แต่ยังรู้สึกตัวได้ดีก่อนลงมือข่มขืน ต่อจากนั้นอีกหลายครั้งจำเลยที่ 1 ขู่บังคับเด็กหญิงให้ออกไปนอกบ้าน เพื่อพาไปให้เพื่อนบ้านคนอื่นร่วมข่มขืนบริเวณชายหาด และขนำริมทะเลอีกหลายครั้ง จนกระทั้งถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 รวมทั้งสิ้น 16 ครั้ง

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำให้การของเด็กหญิง และมารดา รวมถึงหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ รับฟังได้อย่างมั่นคง ปราศจากข้อพิรุธสงสัย รวมถึงประจักษ์พยานก็สอดคล้องกับคำให้การ จึงพิพากษาตัดสินจำคุกจำเลยที่ 1-7 ตลอดชีวิต

นายกีรติ จำเลยที่ 8 จำคุก 45 ปี ส่วนนายสายัณห์ จำเลยที่ 9 และนายนาวิก จารึก จำเลยที่ 11 ลงโทษจำคุกคนละ 15 ปี

ส่วนนายรังสันต์ จำเลยที่ 10 ลงโทษจำคุก 20 ปี 4 เดือน กับทั้งให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่เด็กหญิง และมารดา รวม 18,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันฟ้อง คือวันที่ 15 มิถุนายน 2560

หลังฟังการอ่านคำพิพากษา ผู้ต้องหาทั้งหมดถึงกับคอตก แสดงอาการวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่นเดียวกับญาติใกล้ชิดที่นั่งฟังคำพิพากษาอยู่ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว

นายรอชิตดี ไรมันชา เจ้าหน้าที่มูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ สาขาจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ยอมรับกับคำตัดสินของศาลจังหวัดพังงา ในครั้งนี้ และพร้อมที่จะเดินหน้าช่วยเหลือ ต่อสู้ไปกับผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิงและมารดา ซึ่งปัจจุบันได้ไปอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว

ด้านนายสรรเพ็ชร์ ทิพย์มนเฑียร ทนายความฝ่ายจำเลย เปิดเผยว่า แม้จะยอมรับในการพิจารณาตัดสินของศาลจังหวัดพังงา แต่ก็จะยื่นอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง เพราะเชื่อว่ายังมีผู้บริสุทธิที่ถูกศาลตัดสินลงโทษ แต่คงต้องใช้เวลา เพราะในคดีนี้มีหลักฐาน พยาน และรายละเอียดมากกว่า 300 หน้า

อย่างไรก็ตามจำเลยหลายคนยังรอความหวังที่จะได้รับการประกันตัว ขณะที่ญาติผู้ต้องหาได้เตรียมหลักทรัพย์มาพร้อมแล้วตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน