ชาวนาบุกศาลากลาง โวย ไร่เชิญตะวัน ค้างค่าข้าวกว่า3ล้าน โร่แจง!

ชาวนาบุกศาลากลาง ไร่เชิญตะวัน – เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 พ.ย.นี้ ศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย โดยนายลิขิต มีเสรี ผู้อำนวยการศูนย์พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นัดให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยกันระหว่างกลุ่มชาวบ้านวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านป่าเปา หมู่ 4 ต.เจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย กับ น.ส.เกษลักษณ์ หาราชัย ประธานวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวัน

หลังจากก่อนหน้านี้ชาวบ้านนำโดยนายจันทร์ติ๊บ คำอ้าย ประธานกลุ่มพร้อมด้วยชาวบ้านประมาณ 100 คน เคยพากันไปร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้วว่าประสบความเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากชาวบ้านขายข้าวอินทรีย์ให้กับวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวันมาแล้วประมาณ 1 ปีแต่ยังไม่ได้รับเงินรวมกันกว่า 3,728,555 บาท

โดยในครั้งนี้พบว่านายจันทร์ติ๊บและชาวบ้านได้เป็นตัวแทนชาวบ้านที่ประสบเหตุจำนวน 69 คน เข้าร่วมเจรจากับ น.ส.เกษลักษณ์ หาราชัย ประธานวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวัน โดยมีพระภิกษุและว่าที่ร้อยโททัศน์ไชย ไชยทน เลขาธิการมูลนิธิวิมุตตยาลัย ไร่เชิญตะวัน เดินทางไปร่วมหารือด้วย

ซึ่งชาวบ้านนำโดยนายจันทร์ติ๊บยังคงระบุว่าได้เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวอินทรีย์แล้วส่งให้กับวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวันแล้วเป็นเวลา 4 ปี โดยปีทีที่ 1-3 ได้รับเงินค่าข้าวเรีบร้อยแต่ในปีที่4 งวด วันที่ 21 ธ.ค.2560 ปรากฎว่าคงค้างยังไม่ได้จ่ายตามจำนวนดังกล่าวซึ่งแต่ละรายไม่ได้รับเงินหลายหมื่นบาทและบางรายมากกว่า 200,000 บาท ทำให้เดือดร้อนมากเพราะต้องการทุนไปทำงานครั้งต่อไปรวมทั้งส่งลูกหลานเรียนหนังสือหรือชำระหนี้อื่นๆ ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอย่างไรก็ตามก่อนการไกล่เกลี่ยทางตัวแทนจากไร่เชิญตะวันได้ชี้แจงต่อที่ประชุมทั้งหมดว่าวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวันดังกล่าวเคยไปช่วยซื้อข้าวจากชาวนาเพียง 3 ปีเท่านั้น แต่เมื่อพ้นช่วงเวลาดังกล่าวแล้วถือว่าจบโครงการ แต่ น.ส.เกษลักษณ์ ซึ่งเป็นอดีตผู้ประสานโครงการได้ไปก่อตั้งบริษัทเองและอบรมชาวนาให้ทำข้าวอินทรีย์กันเอง

กระทั่งปี 2560 ได้ซื้อข้าวจากชาวนาเองแต่ยังคงใช้ชื่อวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวันอยู่ ดังนั้นไร่เชิญตะวัน โดยพระอาจารย์วุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) จึงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย แต่ด้วยเจตนาดีจึงไปทำโครงการแล้วเกิดปัญหาจนกระทั่งเรื่องบานปลายเพราะไม่สื่อสารให้ชาวบ้านเข้าใจดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่าในการเจรจาไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ทาง น.ส.เกษลักษณ์ ยอมรับผิดชอบโดยแจ้งว่าที่ผ่านมามีเจตนาดีอยากให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้ดำเนินการร่วมกับชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากประสบปัญหาการนำข้าวที่รับจากชาวบ้านออกไปจำหน่ายให้กับร้านค้าสะดวกซื้อจนต้องนำหลักทรัพย์ไปค้ำประกันกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินจนเกิดภาวะขาดทุน

รวมทั้งมีปัญหาราคาข้าวในตลาดตกต่ำและไม่ได้มีใบรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์นานาชาติ ขณะที่ตนต้องรับซื้อข้าวจากชาวนาแพงกว่าท้องตลาดถึง 50% จึงพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอดดังนั้นจึงจะพยายามแก้ไขปัญหานี้โดยจะประสานการตลาดเพื่อระบายข้าวและนำเงินมาให้กับชาวบ้านโดยเร็ว

นายจันทร์ติ๊บ กล่าวว่าล่าสุดทาง น.ส.เกษลักษณ์ ได้ตกลงเบื้องต้นกับชาวบ้านว่าจะมการจ่ายเงินให้กับชาวนางวดแรกในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ จำนวน 1 ล้านบาท งวดที่ 2 วันที่ 1 ม.ค.2562 จำนวน 1 ล้านบาท และงวดที่ 3 วันที่ 1 ก.พ.2562 จำนวน 1 ล้านบาท

ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 200,000 บาทก็จะจ่ายเสร็จภายในเดือน ก.พ.พร้อมดอกเบี้ยซึ่งชาวบ้านก็จะลดให้ด้วยและหากพวกเราได้รับเงินตามที่ตกลงกันก็ถือว่าพอใจมากเพราะรอคอยกันมานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่หากว่าไม่เป็นไปตามที่ไกล่เกลี่ยคงต้องฟ้องร้องกันถึงศาล แต่ภายในใจจริงแล้วชาวบ้านอยากให้จบลงด้วยดีมากกว่าไม่อยากจะให้ถึงขั้นฟ้องร้องกันเลย

ว่าที่ร้อยโททัศน์ไชย กล่าวว่า พระอาจารย์วุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ได้ส่งเสริมเรื่องโรงเรียนชาวนาและเกษตรอินทรีย์โดยอยากให้ชาวบ้านจัดตั้งเป็นกลุ่มและพัฒนาไปสู่ระบบสหกรณ์ ซึ่งโครงการส่งเสริมก็ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนและหลังจากนั้นก็ให้ชาวบ้านไปจัดตั้งกลุ่มกันเองเพื่อสร้างความเข้มแข็งโดยให้ไปจดแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อยกเลิกวิสาหกิจชุมชนไร่เชิญตะวันเสีย

แต่ปรากฎว่ากลับไม่มีการยกเลิกและมีการปรับโครงสร้างกรรมการภายในจากนั้นเข้าไปทำข้อตกลงกับชาวบ้านในการข้าวดังกล่าวไปจำหน่ายกระทั่งเกิดปัญหาดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ก็เมตตาแนะนำและช่วยเหลือในบางครั้งทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยแต่เรื่องก็ยืดยาวมาจนถึงปัจจุบันในที่สุด ดังนั้นจึงอยากแจ้งให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงตามนี้และจากนี้ไปก็คงจะให้ไปจดแจ้งยกเลิกวิสาหกิจชุมชนนี้อย่างแท้จริงต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน